ครั้งที่ 1 -- เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ย้อนกลับไปสมัยเมื่อกำลังจะเรียนจบกำลังเรียนปี สามเทอมหนึ่งหรือปีสี่เทอมสอง ผมเชื่อว่าหลายๆคน คงจะเคยถามตัวเองในใจบ้างว่า เออ นี่หนอ ตัวเราเองจะจบในเวลาไม่น่านนี้แล้วหนา จะไปทำอะไรดีหว่า ที่เรียนมาก็ดูเหมือนจะเยอะไปหมด วิชานั้นก็ไม่ต้องเข้า วิชานี้แฟนจดให้ อันนั้นงานกลุ่มเดี๋ยวค่อยทำ นี่งานเดี่ยวเดี๋ยวก็เสร็จไม่เป็นไร ไปๆมาๆจะจบซะแล้ว ที่เราๆเรียนกันในมหาวิทยาลัยนั้นก็มีอยู่แค่บางสาขาที่ไม่ต้องคิด เท่าที่นึกออกก็มีอย่างเช่น หมอคน หมอความ หมอยา หมอฟัน เป็นต้นที่อาจจะไม่ต้องปวดหัวเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เพราะที่เรียนก็ปวดเศียร เวียนเฮดพออยู่แล้ว

  • สำหรับเราๆ ก็แปลกดีนะที่เรียนๆกันมานี่ เรียนมาสี่ซ้าห้าปี ไม่ยักกะมีวิชาเรียนที่บอกว่า จะหางาน สมัครงาน เขียนจดหมาย หรือสัมภาษณ์งานยังไง ไม่ยักกะมีสอนนักเรียน ซึ่งก็น่าแปลกดี จริงๆวิชานี้น่าจะสอนให้นิสิต นักศึกษา สักหนึ่งตัวก่อนจบ (ปกติอาจจะมีแทรกอยู่ใน business english สำหรับนิสิตสายศิลป์ภาษา) ในเมื่อมันไม่สอน ถ้าเราอยากจะประหยัดเวลาก็คงต้องค้นคว้ามากหน่อย ดีที่ว่าสมัยนี้ มีอินเตอร์เน็ตสะดวกสบาย แค่เข้ากูเกิ้ล คลิกๆหาแป๊บเดียวก็เจอแล้ว ลองพิมพ์คำว่า resume writing ดูก็ได้ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับสัมภาษณ์งานนี่ลองหาดูตามเว็บหางาน เช่น www.jobsdb.co.th , www.nationejobs.com ก็ได้จะได้เข้าใจว่าเค้าส่วนใหญ่ จะถามอะไร ทีนี้ถ้าจะให้ดีก็ลองนึกเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยเลย เพราะเดี๋ยวนี้บริษัทใหญ่ๆก็จะเป็นต่างชาติกันหมดแล้ว หรือถ้าเป็นบริษัทไทยก็อยู่ดีที่จะต้องโดนตอบคำถามภาษาอังกฤษ การแข่งขันเดี๋ยวนี้มันไม่ได้อยู่แค่ในบ้านเราเท่านั้น แต่มันไปทั่วโลกแล้ว

เรื่องว่าจะเขียนอย่างไรนั้นลองไปอ่านที่นี่ก่อนละกัน ถ้าใครอยากให้เอามาเขียนอีกก็บอกมาละกัน แต่ที่อยากจะเขียนวันนี้คือเกี่ยววัตถุดิบในการนำเสนอขายตัวเองมากกว่า คุณผู้อ่านเชื่อมั๊ยครับว่า เพื่อนๆกับลงทะเบียนเรียนเหมือนกัน เกรดเหมือนกัน ยื่นสมัครที่เดียวกัน คนนึงโดนเรียก คนนึงไม่โดนเรียก อันนี้มันมีตามปรกติอยู่แล้วล่ะ ถ้าใครจำได้สมัยเราๆหางานกันแรกๆที่ส่งใบสมัครไปเยอะแยะนั้น มันก็รอนานเหมือนกันนะ กว่าจะมีใครตาถึงนัดเราไปคุย ดูหน้าดูตาซะทีนึง(จริงๆเป็นแต่คนเขียน คนอื่นเค้าโดนจองตัวตั้งแต่ยังไม่จบ 55) สำหรับคนที่จบใหม่แล้วคุณต้องเข้าใจหน่อยว่า ตัวเองมีจุดด้อยอย่างไรที่เห็นชัดๆคือเรื่องของไม่มีประสบการณ์การทำงาน ถามว่าอันนี้มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมั๊ย ไม่หรอก ยังมีอย่างอื่นที่ต้องดูอีกเยอะ เพียงแต่ว่า ถ้าเรามีโอกาสโดนเรียกสัมภาษณ์แล้วโดนคำถามว่า โอ๊ย เรียกเงินเดือนตั้งเยอะ ทำไมเราต้องจ้างคุณทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์ ลองนึกคำตอบที่จะตอบดูสิ อ้ำๆ อึ้งๆ หรือเปล่าครับ ถ้าอ้ำอึ้ง ก็แสดงว่าคุณยังไม่พร้อมพอที่จะทำงาน เพราะว่าคำตอบสำหรับคำถามนี้ คนที่เพิ่งจบสามารถตอบยกตัวอย่างอื่นมาแทนได้ คนที่ถามเนี่ยเค้าต้องการรู้แบ็กกราวด์นว่าคุณเคยทำงานกับมนุษย์คนอื่นบ้างไหม รู้จักติดต่อกับชาวโลกบ้างหรือเปล่า เคยทำงานมาบ้างมั๊ย ดังนั้นคำตอบที่คุณตอบได้ก็อาจจะเป็นว่า อ๋อ เคยฝึกงานสมัยเรียนตอนปี 3 ครับ เคยทำงานช่วยแม่ทำบัญชีโรงงานน้ำพริกแม่ปลาแนมค่ะ เคยเป็นพี่เลี้ยงสโมสร YMZA ครับ ทำนู่นทำนี่ทำนั่น คำตอบมีเป้นร้อยแปดครับ ถ้าคุณเข้าใจว่าคนถามเค้าต้องการอะไร

สิ่งที่ผมอยากจะแชร์มุมมองในฐานะที่เคยสัมภาษณ์คนเข้าทำงานก็อยากจะบอกน้องที่ยังเรียนไม่จบนะครับว่า ถ้าเป็นไปได้กิจกรรมต่างๆน่ะ ทำไปเถิด ระหว่างที่ทำไปเนี่ยก็คิดไปด้วยก็จะดีว่า เออ ทำไอ้นี่แล้วฉันได้พัฒนาทักษะอะไร เก่งอะไรขึ้น ช่วยอะไรคนอื่นบ้างหรือเปล่า พอนึกแล้วก็อย่างลืมที่จะเขียนจดๆไว้มั่งเพราะบางคนก็ทำกิจกรรมเยอะจัด พอจะใช้จริงๆก็เลยจำไม่ได้อีก เวรกรรม การเรียนอุดมศึกษาเป็นโรงเรียนฝึกหัดก่อนออกไปเผชิญโลกที่แท้จริง ดังนั้นฝึกตัวเองไว้เยอะๆครับ จะได้มีวัคซีนป้องกันตัวเองไว้บ้าง ชีวิตทำงานมันไม่ค่อยได้สะดวกโยธินไปซะหมดครับ

Comment

Comment:

Tweet

Rv Dinette Chairs

#4 By Rv Dinette Chairs (110.164.229.48) on 2010-04-17 14:45

บางทีสิ่งที่เรียนมาก็ใช้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิดและการกระทำของเราล้วนๆ เลย

การสัมภาษณ์งานก็ไม่ใช่โหดร้ายซะทีเดียว มันอยู่ที่ไหวพริบในการตอบคำถามของเราด้วย...ถ้าเขาชอบ ก็รับเข้าทำงาน ถ้าไม่ชอบ ก็ปฏิเสธ

#3 By KimBerrY on 2006-02-08 17:27

เราไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรพวกนี้เลยสมัยเรียน

มารู้เอาตอนที่เราย้ายงานบ่อยๆ เนี่ยแหละ

#2 By :: Improvised Heart :: on 2006-02-07 17:09

ลงเรียน business english ไปตัวนึง มีเรื่องพวกนี้เหมือนกันค่ะ พวกตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์ก็มี เขียน resume ให้ถูกก็วิชานี้แหละ

#1 By มุก on 2006-02-07 16:00

Related Posts with Thumbnails