INTERVIEW 05 อะไรที่ง่ายเกินไปมักมีความหมายที่ซ่อนเร้น
posted on 27 Feb 2006 10:56 by loft in WORKINGครั้งที่ 5 อะไรที่ง่ายเกินไปมักมีความหมายที่ซ่อนเร้น
และแล้วก็มาถึงการสัมภาษณ์ที่ทำให้ได้ทำงานครั้งแรก หลังจากที่สำรวจตลาดมาได้พอประมาณ เดินไปเดินมาจนร้องเท้าสึกก็มาถึงอีกที่นึง ซึ่งเป็นบริษัทหนังสือ เหตุผลที่สมัครก็เพราะเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เหตุผลง่ายๆสั้นๆ
วันที่โดนเรียกไปสัมภาษณ์นั้นก็ประมาณเดือนเมษาจะหมดเดือนแล้ว ทางฝ่ายบุคคลก็นัดให้เข้ามาสอบข้อเขียน ข้อสอบก็แบบว่าเป็นการวัดความสามารถทั่วไป มีเชาว์ไหวพริบ อะไรอย่างงี้ พอสอบเสร็จรู้สึกว่าจะทำข้อสอบผิดไปข้อเดียวมั๊ง พอคะแนนออก เค้าก็ให้รอสัมภาษณ์กับ MD แล้วก็เป็นเจ้าของบริษัทด้วย
นั่งรอเรียกเข้าห้องไปสักพักก็โดนเลขาหน้าห้องเรียกเข้าไปสัมภาษณ์
เข้าไปในห้องคุณเจ้าของบริษัทที่เป็นผู้หญิงดูท่าทางจะเป็นแบบเก่งๆดูกระฉับกระเฉง เค้าก็เรียกให้นั่งไปสัมภาษณ์ ก็นั่งคุยๆกัน เราก็แนะนำตัวเองไปว่าจบอะไร ทำอะไรมามั่ง ส่วนคำถามที่จำได้แม่นมีอยู่คำถามเดียวก็คือว่า ทำไมถึงสนใจจะทำการตลาด ก็ตอบไปตามความรู้ตอนนั้นว่ารู้สึกว่ามันมีอะไรที่น่าเรียนก็แล้วก็สามารถโตไปกับบริษัทได้เร็ว อีกคำถามต่อเนื่องก็คือแล้วคิดยังไงกับการขาย เราก็ตอบไปประมาณว่าฝ่ายขายก็เป็นงานที่สำคัญเพราะว่าเป็นหน่วยงานที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท เป็นหน้าเป็นตาให้กับบริษัท เค้าก็เลยสรุปให้ว่า ที่นี่ฝ่ายขายกับฝ่ายการตลาดก็คือหน่วยงานเดียวกัน เพราะว่าการขายกับการตลาดก็เหมือนฝาแฝดที่แยกกันไม่ออก ดังนั้นคิดว่าสามารถทำงานทั้งสองหน้าที่ได้ไหม ถามอย่างนี้ก็มีคำตอบเดียวแหละครับ ว่าได้ คุยกันอีกสักพักก็ได้กลับ
วันรุ่งขึ้นได้โทรศัพท์แจ้งว่าให้เริ่มงานได้อาทิตย์หน้า เร็วจริงๆ
ชีวิตการทำงานที่แรกนั้นเป็นออฟฟิศที่เรียกได้ว่าเป็นด่าน108 มนุษย์ทองคำของเราครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
ข้อมูลเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้
- บริษัทเป็นบริษัทหนังสือที่มีจุดแข็งอยู่ที่ Product คือหนังสือวรรณกรรณสำหรับเด็ก ความรู้วิทยาศาสตร์ เป็นพิเศษ
- เป็นบริษัทที่เป็นลักษณะครอบครัวสูง คือเจ๊ใหญ่อยู่คนเดียว
- มีเรื่องของอาวุโส คนเก่าคนแก่
- มีจุดอ่อนในเรื่องงานทรัพยากรบุคคล
- แต่มีวิสัยทัศน์พอสมควรคือเจ้าของเก่ง
- ผลงานสร้างชื่อมาจากการซื้อลิขสิทธิ์หนังสือนอกเข้ามา เป็นจุดเปลี่ยนของทั้งบริษัทและการอ่านในประเทศไทย
ตำแหน่ง
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด
คุณสมบัติ
- ปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ การจัดการ การตลาด เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นๆ
- การสื่อสารดี
- ทักษะการเข้าสังคมดี
- สู้งานหนัก สามารถทำงานนอกเวลาได้ ไปต่างจังหวัดได้
- ความอดทนสูง
- ชอบอ่านหนังสือพิจารณาเป็นพิเศษ
หน้าที่รับผิดชอบ
- รับผิดชอบยอดขายกับหน่วยงานราชการ(โรงเรียน และหน่วยราชการอื่นๆ)ภายในกรุงเทพ
เงินเดือน
- 8,000 บาท โดยหักเงินเดือนมาเป็นเงินค้ำประกันตัวเองด้วย เดือนแรกเจอหักไปหักมาเหลืออยู่สี่พันกว่าบาท เดือนที่สองได้มา 6 พันได้ ไม่น่าเชื่อว่าเราเคยทำงานได้เงินเดือนแค่นี้ด้วย 55
วันเดือนปีที่สัมภาษณ์
- นานมาแล้วประมาณเกือบ 6ปี
รวมระยะเวลาทำงาน
- 3 เดือน
ข้อดี
- ได้อ่านหนังสือฟรี อยากอ่านเล่มไหนก็ยืมไปอ่านได้ตลอด
- ซื้อหนังสือได้ส่วนลดพิเศษ
- ใครเข้าตาเจ้าของก็รุ่งไปเลย สำหรับเราเองเจ้าของก็ชอบเรามากพอสมควร ไม่เคยโดนฟาดงวงฟาดงา ส่วนคนอื่นโดนประจำ
- ได้รู้จักใครคนหนึ่ง
ข้อเสีย
- บริษัทเป็นกงสี ทุกๆอย่างก็เลยเคี่ยวๆไปหมด
- ไปทำงานนอกเวลาวันเสาร์ อาทิตย์ไม่ได้โอที แต่มาสายเจอหักเป็นนาที คิดเงินหักกันไปเลย
- ระบบอาวุโสแข็งแรง เจ้าของฟังคนเก่าคนแก่มากเกินไป คนใกล้ชิดไม่เก่ง เลยซวยคนเข้าใหม่
- หัวหน้าทีมไม่เก่ง ทำให้ไม่สามารถควบคุมลูกน้องได้ดีเท่าที่ควร อีกทั้งถ้าเจอรายการหมั่นไส้เธอก็จะทำงานเหมือนเด็กๆ มีการมาแทรกนัดให้เราเฉยเลย ทั้งๆที่เราคิวเต็ม เช่น เรานัดทั้งวันไว้ทางด้าน ลาดกระบัง หนองจอก แต่ตัวเองขอแทรกคิวให้ไปคุยกับทางฝั่งธน เป็นต้น
- ทำงานได้ตามเป้าแต่ไม่จ่ายคอมมิสชั่น ตามที่สัญญาปากเปล่า คาดว่าเจ้าของลืม เราก่อนออกทำยอดขายได้มากที่สุด ออกไปหาลูกค้าทีไรก็ได้ยอดขายกลับมาบริษัททุกครั้ง แต่มาเจอชักดาบค่าคอมหลายหมื่นอยู่
- อัตราคนออกเยอะมากเพราะทนความเคี่ยวไม่ไหว ตำแหน่งเดียวกันกับเรา ปรากฏว่าในรอบ 3 เดือนเราอยู่นานสุด หลังจากมีคนที่เข้าพร้อมหรือไล่ๆกันออกไปก่อนหน้าทั้งหมด 11 คน
- ฝ่ายบุคคลทำงานเช้าชามเย็นชาม รับฟังความข้างเดียว โดยไม่ซักถามข้อมูลจากพนักงานอีกฝ่าย เอาสิ ออกก็ออก ไม่อยากอยู่หรอกบริษัทอย่างนี้ ขอให้เจริญวันเจริญคืนนะ
ข้อคิดจากการได้งานครั้งนี้
- พยายามไม่ทำงานกับบริษัทกงสี ความเป็นเจ้าของสูง ท่าทางจะไม่เข้าทาง
- ฝึกความอดทน
- ถ้าทะเลาะกับหัวหน้ารุ่งยาก มีแต่รายการแตกหักเท่านั้น
นับถือเลย..
เก็บข้อมูลๆ 
จะโดนไล่ออกมั้ยเนี่ยตู
#1 By KimBerrY on 2006-02-27 14:38