INTERVIEW 07 – เฉิ่มที่สุด

posted on 21 Mar 2006 21:09 by loft in JOB

ครั้งที่7 เฉิ่มที่สุด


เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่ชอบดูหนังบ่อยๆ เคยมีประสบการณ์ที่ขำๆเฉิ่มๆเปิ่นๆอายๆฮาๆ บ้างหรือเปล่าครับ ของเราเคยมีครั้งนึงซึ่งก็เป็นครั้งสำคัญใช้ได้เลยเพราะว่านัดสาวๆออกมาดูด้วย ที่บอกว่าสาวๆเพราะว่ามาดูกันสองสาวครับ สาวนึงเพื่อนเราเอง ส่วนอีกสาวนึงก็ แหะ แหะ รู้กันนะครับ

วันนั้นก็หลายปีมาแล้วระหว่างที่สถานการณ์ก็สร้างมาตามสเต็ปที่ควรจะเป็น ทานข้าวอะไรกันเรียบร้อย ก็วกกลับไปที่โรงหนังก็เดินคุยๆกันไปเรื่อยๆ แล้วก็เลี้ยวเข้าไปยังที่นั่งที่จองไว้ปรากฏว่ามีใครก็ไม่รู้มานั่งขวางที่นั่งเราอยู่ก็เลยออกปากว่า คุณๆช่วยลุกหน่อยครับ เค้าก้บอกว่าทำไมเหรอครับ ก็เลยตอบไปว่าก็คุณนั่งที่พวกเราอยู่อ่ะครับ เค้าก็ตอบมาว่าที่นั่งเบอร์อะไรเหรอครับ เราก็บอกเบอร์ไป เค้าก้บอกว่าแปลกจังเลย เบอร์เดียว ไม่ทราบว่าดูเรื่องอะไรครับ พอบอกเรื่องไป คราวนี้ก็ต้องรีบเก็บกวาดสิ่งที่ร่วงอยู่ตามพื้นเลยทีเดียว อ๋อ สงสัยจะฉายโรงอื่นน่ะครับ โรงนี้ฉายเรื่อง(เรื่องอะไรจำไม่ได้ละ หูอื้อ ) นี่ก็ขำที่สุดแล้วที่เคยดูหนังมา


อารัมภบทมาพอสมควรก็มาเข้าที่เรื่องสมัครงานต่อ(เหตุการณ์ในอดีตนานมากนะครับ ไม่ใช่ปัจจุบันนะจ๊ะ) หลังจากเตะฝุ่นมาได้สักพัก ก็ออกมาเดินสมัครงานไปเรื่อยๆ บางครั้งการ walk-in มันก็ดีตรงที่ว่า เราได้ดูฮวงจุ้ยก่อน ว่าสถานที่ทำงานที่เราจะทำงานด้วยมันโสภาขนาดไหน สลัวๆทึมๆ สว่างสดใส คัลเลอร์ฟูลมูนปาร์ตี้ หรือยังไง ชอบไม่ชอบจะได้เห็นกันไปเลย คนในบริษัทพูดจาภาษาอะไรก็พอจะเห็นกันบ้าง มั่นคงขนาดไหนก็เห็นได้เหมือนกัน


ข้อดีอีกอย่างนึงคือ ส่วนใหญ่ตึกนึงมันมีหลายบริษัท ดังนั้นไปวันเดียวเราก็สามารถสมัครได้ตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 99 ถ้ามันมีชั้นถึงน่ะนะ อาจจะมีอาการหอบเล็กน้อย ส่วนครั้งนั้นเราก็กรอกๆใบสมัครไปเรียบร้อย อันนี้เป็นบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับพวกนำเข้า ส่งออกสินค้าน่ะ ก็เลยสมัครไปสองตำแหน่งคือ export officer กับ marketing officer แล้วก็มาสมัครๆบริษัทอะไรก็ไม่รู้อีกบริษัทนึง


หลังจากไปสมัครงวดนั้นก็นอนรอขึ้นอืดอยู่บ้าน วันนึงก็มีโทรศัพท์เข้ามานัดให้ไปสัมภาษณ์เราก็ถามว่าตำแหน่งอะไรก็เป็นตำแหน่งการตลาดน่ะ ก็ถามว่าติดต่อใคร ชั้นไหน นัดเวลากี่โมง พาวางหูโทรศัพท์แทบจะกระโดด ดีใจมาก ถ้าได้ทำงานที่นี่เพราะเป็นสินค้าที่อยากทำด้วย


พอถึงวันนัดก็ไปโทรหาคนที่นัดเราเค้าก็บอกว่าให้นั่งรอแล้วก็เตรียมตัวสักครู่ อาจจะช้านิดหน่อยเพราะว่าติดประชุมกันอยู่ เราก็นั่งดูนู่น ดูนี่ไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่บริษัทที่เราคิดจะมาสัมภาษณ์นี่หว่า คนละบริษัทกันแน่ๆ ทำไมรูปผู้บริหารมีแต่ฝรั่ง อันนั้นมันบริษัทคนไทยนี่ เอาละเหวย (ตอนนั้นยังฉลาดน้อยอยู่คิดว่าบริษัทที่อยู่ตึกเดียวกันต้องเป็นกลุ่มเดียวกัน) พอมานั่งนึก อ๋อ อันนี้เราเคยมาสมัครไว้นานแล้วนี่หว่า ลืมไปเลย ประมวลผลเรียบร้อย สรุปคือ ก่อนตกงานเราสมัครบริษัทนี้ พอตกงานเรียบร้อยเราสมัครอีกบริษัทที่อยู่ตึกเดียวกัน (ถ้าใครอยากอ่านว่าตกงานยังไง ไปอ่านได้ที่นี่) พอสงบสติอารมณ์ได้ ก็เข้าห้องสัมภาษณ์พอดี


ก็เจอพี่ผู้หญิงมาสัมภาษณ์ ซึ่งรู้สึกถูกโฉลกมากๆ คุยกันถูกคอสุดๆ คือมีถามเรื่องการเรียน เรื่องกิจกรรม(ตอนนั้นเพิ่งจบมาไม่นาน) ความสามารถพิเศษ และแล้วเราถึงได้รู้ว่าความสามารถพิเศษมีผลต่อการสมัครงานจริง พี่เค้าก็บอกประมาณว่าคนสมัครเยอะเพียงแต่ว่าเรามีความสามารถด้านศิลปะ น่าจะช่วยให้ทำงานได้ดีกับตำแหน่งนี้ เนื่องจากคุยกันนานจัดพี่เค้าก็เลยบอกว่า งั้นพี่ไม่สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษนะ เพราะคาดว่าน่าจะดีอยู่แล้วดูจากการกรอกใบสมัครและทรานสคริปต์(กรอกใบสมัครภาษาอังกฤษหมด) เราก็รับสมอ้าง เรียบร้อย งั้นเดี๋ยวเราไปทดสอบคอมพิวเตอร์กัน เอิ้ก (ตอนนั้นโง่คอมมากๆ) ก็ไปทำทดสอบ excel แบบว่า ทำไมมันซับซ้อนอย่างนี้ฟะ ไอ้คนคุมทดสอบก็เหมือนไม่สนใจเลย ก็เลยเป็นอันว่าได้แสดงภูมิไปหมดครับ


แล้วก็รอฟังผล พอหลังจากนั้นไม่นานก็ลองโทรไปถามผลพี่เค้าว่าเป็นยังไง พี่เค้าก็บอกว่าน่าจะไม่เหมาะกับตำแหน่งที่เค้ารับสมัคร เราก็เลยจ๋อยเลยนึกว่าจะได้เป็นลูกน้องซะอีก (จบภาค 1)


ประเภทธุรกิจ

  • อยู่ในพวกที่มีการเติบโตสูงมาก เปลี่ยนแปลงเร็ว การแข่งขันรุนแรง


ตำแหน่ง

  • Marketing Staff


คุณสมบัติ

  • ปริญญาตรี สาขา บริหารธุรกิจ การเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นใกล้เคียง
  • การสื่อสารดี ทักษะการเข้าสังคมดี
  • ภาษาอังกฤษดีทั้งฟังพูดอ่านเขียน
  • คล่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ excel


หน้าที่รับผิดชอบ

  • ดูแลเรื่องโปรโมชั่นสินค้า


เงินเดือน

  • เริ่มต้น 8,000 -10,000 บาท แล้วแต่คุณสมบัติ


วันเดือนปีที่สัมภาษณ์

  • สิงหาคม 2543


ข้อดี

  • ชื่อเสียง ความมั่นคง สวัสดิการดี
  • เงินเดือนสูงพอสมควร
  • บริษัทกำลังโตมีโอกาสก้าวหน้า
  • ฝึกการทำงานเป็นระบบ ระเบียบ อย่างดี
  • เป็นบริษัทฝรั่ง

ข้อเสีย

  • มีการเปลี่ยนแปลงสูงมาก ถ้าทนไม่ไหวอาจจะท้อเอาง่ายๆ
  • ทำงานหนัก ถึงหนักที่สุด


ข้อเสนอแนะ

  • กรอกใบสมัครเป็นภาษาอังกฤษให้หมด ไม่ต้องกลัวว่าใครจะว่ากระแดะ เพราะมีคนที่ดึงใบสมัครด้วยภาษาอังกฤษจริงๆ(คนที่ไม่มั่นใจภาษาอังกฤษของตัวเองจะไม่กรอกภาษาอังกฤษ)
  • ความสามารถพิเศษอะไรใส่ให้หมด ไม่แน่อาจจะเป็นประโยชน์ได้ ใครจะรู้ ใสยังมีคนรู้ ไม่ใส่มีแต่เราที่รู้
  • พยายามสัมภาษณ์แล้วให้อารมณ์ออกมาเหมือนคุยกับรุ่นพี่ จะลดความตึงเครียดได้ จะสัมภาษณ์ได้ดีขึ้น

Comment

Comment:

Tweet

Kitchen Dinette Table

#5 By Kitchen Dinette Table (110.164.229.48) on 2010-04-17 15:42

เรื่องหน้าแตกนี่เจอบ่อยมากฮับ แล้วแต่สถานการณ์
ส่วนการสัมภาษณ์ บางทีก็รู้สึกนะว่าคนสัมภาษณ์เขาชอบเรา แต่พอเอาเข้าจริงเขาไม่รับ อ้างนู่นนี่ คือเพิ่งเจอมาสดๆ ร้อนๆ เลยไง

#4 By KimBerrY on 2006-03-25 15:23

น่าสนๆ ตอนนี้กำลังจะสมัครงานแล้วด้วย (หางานจะสมัครอยู่ค่ะ )

#3 By มุก on 2006-03-22 13:49

ดีครับๆ ชอบจัง ผมใกล้ฝึกงาน คงจะมีประโยชน์มาก

#2 By ฟิวส์ on 2006-03-22 01:02

พี่ค่ะ เก็บมาหมดป่ะค่ะ ที่ร่วงตรงพื้นอ่ะค่ะ
เอิอกๆๆ

#1 By NOHN on 2006-03-21 21:22

Related Posts with Thumbnails