INTERVIEW 09 รถไฟชนกัน
posted on 17 Apr 2006 08:59 by loft in WORKING----------------------------------------------------------------------------------------------
INTERVIEW 09 รถไฟชนกัน
----------------------------------------------------------------------------------------------
ความเดิมจบตรงที่ไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทฝรั่งแล้วเจอคุณพี่ 2 คนกวนๆ วันนั้นก็ตอบคำถามได้โอเค พอลากลับ ไปนั่งฟังผลอยู่ที่บ้าน 1 อาทิตย์ก็แล้ว ก็ยังไม่มีโทรศัพท์มา 2 อาทิตย์ก็แล้วก็ยังไม่มีโทรศัพท์มา เออ เค้าคงยุ่งๆ แต่ในใจก็แบบว่า แป้วๆ สงสัยจะแป้ก แน่เลย
โดยปกติแล้วการเรียกสัมภาษณ์ กรณีถ้าได้ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์จะรู้ผลภายใน ไม่เกิน 3 วันทำการ อย่างมากไม่เกิน 1 อาทิตย์ ส่วนกรณีที่ไม่ได้นี่ในเมืองไทยเนื่องจากเรามีวัฒนธรรมในการไม่ต้องการเผชิญหน้า(ซึ่งต่างจากฝรั่ง) จะให้เวลาเป็นเครื่องรักษาความบอบช้ำเอง ดังนั้นจะน้อยมาก ถ้าคุณไม่ผ่านการสัมภาษณ์ แล้วจะได้รับการแจ้ง ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม
ระหว่างนั้นก็เคยโทรไปถามครั้งหนึ่งปรากฏว่าเราก็ติดต่อคุณพี่ตัวโตได้เค้าก็บอกว่าตอนนี้ยังอยู่ในโปรเซสอยู่ อืม นั่นก็สองอาทิตย์เข้าไปแล้ว ปฎิเสธอ้อมๆ ป่าวหว่า
พอมีได้โทรคุยกับเพื่อน มันก็บอกว่า เออ ตอนนี้มีแบ็งค์กำลังรับสมัครงานอยู่ ก็แต่ไปสอบข้อเขียน แต่ว่าคนจะสอบกันเยอะหน่อยเพราะว่าแบ็งค์ใหญ่ สามารถอ่านไดได้ที่นี่ ไปกรอกใบสมัครแล้วก็สอบอะไรเรียบร้อย ก็ปรากฏว่าได้ พอโทรมาบอกแม่ แม่ก็ตอบว่า อืม พี่ที่บริษัทฝรั่งโทรมาแล้วนะ ว่ารับแล้ว แม่ก็เล่าต่อว่า พี่เค้าก็ถามว่าเราไปไหน แม่ก็ตอบพี่เค้าไปว่า ก็เค้าก็รอคุณไม่ไหวน่ะสิ ก็ออกไปสอบข้อเขียนที่แบ็งค์แล้ว (แม่เรามีเหน็บ) พี่เค้าก็บอกว่า เผอิญช่วงนี้งานยุ่งๆครับ ยังไงก็ฝากบอกเค้าด้วยละกันว่า ได้งานแล้ว ยังไงให้ติดต่อกลับด้วย
พอเรากลับมาบ้านก็มานั่งคิดนอนคิดว่า จะเอาที่ไหนดีหว่า แบ็งค์ก็น่าสนใจ บริษัทฝรั่งนี่ก็ดี แบ็งค์โบนัสก็ดี ฝรั่งให้เงินเยอะกว่า อืม ปวดหัว
อันนี้เป็นกรณที่เกิดเป็นปรกติสำหรับคนที่สมัครงานแล้วได้งาน ว่าจะต้องมีมารผจญเสมอๆ คือพอได้ทีหนึ่งแล้วจะมีที่อื่นมาอีกเป็นพรวน บางทีเงียบไปชาติเศษไม่มีใครโทรศัพท์มาเลย พอได้ปุ๊บ คนนั้นก็จะเอา คนนี้ก็จะจ้าง เคยมีครั้งนึง กำลังเซ็นต์สัญญาจ้างงาน มีโทรศัพท์มาตามไปสัมภาษณ์ อืม ครั้งนั้นก็เสียดายเหมือนกันนะนั่น
คราวนี้จะบอกถึงหลักเกณฑ์เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจประกอบกรณีที่ต้องเลือก
งาน อันไหนที่เราสนใจมากกว่า มีสองประเด็น อันแรกคือเรามีประสบการณ์มาก่อน อันนี้ก็จะทำให้เราเริ่มต้นได้เร็ว ไปได้ไว ส่วนอีกอันหนึ่งคือ ได้ประสบการณ์ใหม่ ข้อนี้จะเป็นข้อดีในเชิงที่ว่า ได้เพิ่มศักยภาพของตัวเอง เป็นประโยชน์ต่อตัว
เงินเดือน ควรพิจารณา งานที่ให้เงินเดือนสูงกว่าก่อน ไม่ใช่ว่าหน้าเลือดแต่ว่ามีเหตุผล เงินเดือนก็เหมือนทุน เพราะว่าในชีวิตการทำงาน ทุกอย่างจะสัมพันธ์กับเงินเดือน การขึ้นเงินเดือน ขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น 10 เปอร์เซ็นต์ของ 12,000 ย่อมดีกว่า 10,000 แน่ๆ อีกอย่างเมื่อคุณมีโอกาสจะได้โปรโมทแรงเสียดทานของคนที่เงินเดือนสูงจะน้อยกว่าคนที่เงินเดือนต่ำกว่า (เหมือนกับว่า ช่องมันไม่ถ่างมาก ไม่ต้องอธิบายเยอะกับคนที่ตัดสินใจ) อีกทั้งเงินเดือนเป็นเหมือนป้ายบอกราคาความสามารถของเราในตลาดกลายๆ เงินเดือนสูงเหมือนจะบอกว่าเรามีความน่าสนใจให้เค้าเรียกไปคุยต่อ กรณีหางานใหม่นะ
การเดินทาง ข้อนี้ก็ควรพิจารณา เพราะถ้าเสียเวลาในการเดินทางมาก จะทำให้เราเสียพลังงานโดยใช่เหตุ ทำให้ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เคยมีประสบการณ์ทำงานข้ามเมือง ไม่ไหว ร่างกายมันล้าเกินไป
การเติบโตของธุรกิจ ควรเลือกทำงานกับบริษัทที่กำลังจะโต ไม่ใช่กำลังจะตาย ถ้าเลือกทำงานกับบริษัทที่กำลังจะโตจะให้คุณมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย แถมยังมีโอกาสที่จะได้หมุนเวียนเปลี่ยนงานในองค์กรอีกด้วย ถ้าได้อยู่หน่วยงานที่สำคัญก็ยิ่งดี มีโอกาสได้แสดงฝีมืออีกมากทีเดียว
ขนาดของบริษัท ถ้าเลือกบริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะได้เรียนรู้งานที่เป็นระบบโดยรวม แต่ว่าจะทำหน้าที่เฉพาะด้านมากกว่า ถ้าเป้นเด็กจบใหม่ถ้ามีโอกาส อยากให้มีโอกาสได้เรียนรู้ระบบ พอรู้จักระบบเราก็จะสามารถพลิกแพลงกับองค์กรประเภทอื่นๆได้ แต่ข้อเสียของบริษัทใหญ่ๆคือ โอกาสที่จะโตอย่างรวดเร็วนั้นยาก นอกจากว่ามีความสามารถจริงๆ ส่วนบริษัทเล็กจะเพิ่มทักษะหลากหลายกว่าเพราะว่ามีแนวโน้มที่จะต้องทำผสมปนเปไปหมด ซึ่งข้อดีคือทำให้เราเห็นมุมมองของความเป้นเจ้าของไปในตัว
ตอนนั้นสมัยเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วมองเพียงเท่านี้ แต่จริงๆมีข้อที่ช่วยตัดสินใจเยอะกว่านี้เยอะ แต่เท่านี้ก็คงพอจะให้มุมมองประกอบการตัดสินใจได้พอสมควร

#1 By ฟิวส์ on 2006-04-17 15:10