posted on 11 Dec 2007 22:35 by loft in MOVIE
มาชวนกันไปดูหนัง หนังเรื่องนี้ต้องบอกว่าในฐานะคนไทย เราสามารถที่ช่วยกันให้สังคมเป็นไปแนวทางที่ถูกที่ควรได้จากการดูหนังเรื่องเดียว ตอนแรกพยายามชวนน้องที่เรียนที่โรงเรียนด้วยกัน ไปช่วยกันอุดหนุน คนนึงก็บอกว่าเรื่องนี้อาจจะไม่อยู่ในแผนที่จะไปดู แถมตอนนี้เวลาก็มีจำกัดดังนั้นถ้าเลือกไปดูก็คงจะเลือกที่อยากดูก่อน เราก็บอกว่ารักแห่งสยามยังไงก็มีคนไปช่วยกันดูอยู่แล้ว เพราะว่าคนบอกต่อๆกันไปวนกันไปดูก็เยอะ ขณะที่เรื่องนี้ ถ้ายอดยังไม่เข้าสงสัยอาการจะแย่ เธอก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ขณะที่อีกคนก็บอกว่าชวนแฟนไปดูแล้วแต่ว่าเค้าไม่ชอบ แต่กะว่าจะชวนพ่อไปดูด้วย เพราะพ่อชวนก่อนน่ะ ก็ยังพอมีหวัง
ส่วนเราก็ไปดูเพราะว่าหนังน่าสนใจจริงๆ เนื่องจากว่าเคยทำงานบริษัทที่ทำอนิเมชั่น ก็เลยเข้าใจว่าความยากลำบากในการทำหนังยาวๆสักเรื่องนึงมันยากขนาดไหน แถมเรื่องนี้ก็เนื้อหาก็ดี สามารถชวนเด็กๆไปดูแล้วก็ปลูกฝังหรือสอนอะไรได้เลย หลังจากหนังจบ
เรื่องก็ดำเนินตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติจนปรินิพาน มีการกล่าวถึงสาวกที่เรารู้จักดีอยู่หลายองค์ ถ้าคิดว่าหนังเรื่องนี้ จะอาจจะดูเนิบๆเพราะว่าเป็นพุทธประวัติที่เรารู้กันอยู่แล้ว ก็ถูกแต่ว่าไม่หมดซะทีเดียว ยังอีกหลายฉากที่เราก็จำไม่ได้หรือจำได้ลางๆ แต่พอดูเรื่องนี้จบต้องบอกว่าภาคภูมิใจและประทับใจในพระพุทธศาสนามากขึ้นเยอะเลยทีเดียว หลังจากที่มีแต่ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพระสงฆ์ตลอด สำหรับการดำเนินเรื่องโดยรวมก็ต้องบอกว่าสามารถดำเนินเรื่องในส่วนสำคัญได้ครบดีทีเดียว สำหรับช่วงที่ชอบตอนมารมาผจญ ประมาณธรรมะสู้กับอธรรม
ในส่วนของการกำกับศิลป์ โดยส่วนตัวก็ชอบกับสีสันแล้วก็ลายเส้นของทีมงาน ที่เขียนได้ดีทีเดียว แต่บรรยากาศลายเส้นต้องบอกว่าเราดูแล้วรู้สึกว่าคล้ายๆมู่หลานเยอะอยู่เหมือนกัน แต่พอเราเขียนไปเรื่อยๆหรือส่งเสริมกันตลอดก็น่าจะสร้างเอกลักษณ์ได้ดีขึ้น เพราะว่ามีทักษะกันอยู่แล้ว
สำหรับสิ่งที่สะท้อนใจสำหรับหนังเรื่องนี้คือว่า ไม่ค่อยมีผู้สนับสนุนหรือไม่ค่อยมีสปอนเซอร์นั่นเอง เท่าที่เราจำได้คือมีเมืองไทยประกันชีวิตสมกับเป็นบริษัทไทย อีกรายนึงก็ไทยๆเหมือนกันคือรีเจนซี่ บรั่นดีไทย น่าแปลกใจที่บริษัทมหาชนใหญ่ๆ ไม่มีรายใดมาเป็นผู้สนับสนุน ทั้งๆที่อยากจะโปรโมท CSR ว่าเป็นบริษัทรับผิดชอบต่อสังคม หรือจะเป็นอย่างที่น้องคนนึงบอกว่า หนังมันไม่ใช่แนว ที่จะทำเงิน เค้าก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก่อน เหมือนอย่างที่น้องเค้าเองก็เลือกที่จะดูเรื่องอื่นก่อน เพราะว่าคนดูเองเป็นคนกำหนดตลาดให้ผู้สร้างเลือกสร้างสิ่งที่ขายได้
แล้วสังคมมันเป็นอย่างนี้เราจะโทษใคร
edit @ 10 Jan 2008 22:37:25 by Loftster
posted on 09 Sep 2007 00:25 by loft in MOVIE
เพิ่งกลับจากการดูหนังที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้ดูเรื่องนี้ เพราะว่าดูจากหนังตัวอย่างแล้วไม่ได้สนใจมากนัก คิดว่าเป็นการนำศิลปะการต่อสู้มาเป็นหลักในการดำเนินเรื่อง เหมือนหนังแอ็คชั่นทั่วๆไป แต่จากการที่เราเป็นพวกผีที่สิงอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ เลยได้ข้อมูลว่าหนังเรื่องนี้มีดีกว่านั้น วันนี้ก็เลยตัดสินใจไปพิสูจน์กันเลย
มวยไชยาเป็นศิลปะมวยไทยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเสียงมากสมัยรัชกาลที่ 5 - 6 จนมีนักมวยจากไชยาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นมวยมีชื่อ อันนี้เป็นข้อมูลจากวิกิที่มีคนเขียนอธิบายไว้

หนังได้ดำเนินเรื่องตั้งแต่สมัยเด็กของตัวละครหลักจนกกระทั่งโตขึ้นมา โดยแต่ละคนก็มีบุคลิกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นสะหม้อ เผ่าและเปี๊ยก ที่เป็นศิษย์ร่วมค่าย เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่เรียนมวยจากครูทิวและแกร่งพี่ของเผ่า ทั้งสามก็มีฝันที่อยากจะเป็นนักมวยเพื่อที่จะได้เปิดตัวเข้าสู่โลกกว้างโดยใช้ฝีมือเข้าแลก (เหมือนกับบราซิลที่เด็กๆคลานได้ก็รู้จักฟุตบอลก่อนของเล่นอย่างอื่น กีฬาเป็นความหวังหนึ่งอย่างของคนที่มีทรัพยากรจำกัดในการไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า)
เมื่อเวลาผ่านพ้นไปชีวิตมันก็ไม่ได้เรียบง่ายในการดำเนินชีวิตนัก ในหนังก็อาจจะพ้องกับชีวิตเราๆในปัจจุบันอยู่ก็ได้ ไชยาได้สร้างจุดพลิกผันในเรื่องให้ทั้งสามต้องมีทางเดินต่างกันไป ทุกคนก็มีฝันที่อย่างไปสู่สิ่งดีๆ แต่ว่าบางครั้งชีวิตอาจจะไม่ได้มีทางให้เราได้เลือกมากนัก ซึ่งในไชยาก็ได้ฉายประเด็นนี้ให้เราดูกันผ่านแผ่นฟิลม์ เรื่องประเด็นนี้ทำให้นึกถึง Anakin Skywalker ที่ตัดสินใจเข้าสู่ด้านมืดไปเป็น Dark Vader เช่นกันในหนังก็มีเลือกเส้นทางที่ต่างกันไป แต่สุดท้ายหนังก็ได้แสดงถึงมิตรภาพของเพื่อนที่มีมานานกว่ายี่สิบปีที่ไม่ว่าอย่างไรก็ภาพในวันเก่าก็ยังคงอยู่
หนังโดยรวมชอบมาก ทำหนังได้ดีกระชับ เล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง มีจุดดึงดูดความสนใจทั้งเรื่อง ดูไปก็ลุ้นไป อารมณ์หนังมีทั้งฉากแอ็กชั่นมันส์ๆ ฉากซึ้งๆ ที่คาดว่าเรียกน้ำตาได้หลายฉากอยู่เหมือนกัน อีโรติกก็มี ฉากขำๆก็มี เป็นหนังที่ผ่านการผสมดีกลมกลืนตลอด ถ้าให้ดาวที่ตัวเองชอบแล้วก็ขอให้ที่ สี่ดาวครึ่ง
ความคิดเห็นส่วนตัวคือว่า อยากให้ช่วยๆกันดูหน่อย มาเชียร์ไม่ได้อะไรหรอก แต่อยากให้คนที่กำกับหนังดีๆได้เงินด้วย กล่องด้วย ไม่งั้นต่อไปหนังไทยก็มีแต่วนไปเวียนมาอยู่แถวๆที่เห็นนั่นแหละ หนังเรื่องนี้โดยส่วนตัวแล้วกำลังคิดว่าจะเหมือนโหมโรงหรือเปล่า ใบปิดออกมาก็ไม่ดึงดูดเหมือนกัน ประชาสัมพันธ์ก็อย่างที่เห็น รอบที่ไปดูคนก็ไม่เต็มโรง เพราะคนไม่รู้มั๊งว่าหนังเกี่ยวกับอะไร อย่างเราก็นึกว่าบู๊อย่างเดียว แต่หนังมันมีมากกว่านั้น อยากจะบอกว่าการตลาดหนังเรื่องนี้อ่อนมาก ขนาดจะหาเว็บไซต์ยังหาไม่เจอเลย ใช้กูเกิ้ลเจอแต่ ไชยา มิตรชัย หรือไม่ก็อำเภอไชยา น่าเสียดายว่าหนังดีถ้าการตลาดแข็งๆป่านนี้ยอดพุ่งไปแล้ว
แต่ช้าก่อนหนังเรื่องนี้มีความเป็นได้ว่าจะเกิด viral marketing ก็มาปูเสื่อดูกันว่าจะเดินตามเส้นทางโหมโรงได้หรือไม่
posted on 20 Mar 2007 23:08 by loft in MOVIE
วันอาทิตย์ได้ดูหนังเรื่อง 300 วันนี้เลยขอเอามาเล่าแทนละกัน ในชีวิตไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรเท่าไหร่
เรื่องสามร้อย เป็นหนังย้อนยุคแอคชั่นที่พูดถึงยุคสมัยโบราณ นึกถึงอารมณ์การแต่งตัวก็ประมาณ gladiator กับ troy ประมาณนั้น โดยเรื่องนี้จะพูดถึงความกล้าที่มีอยู่ในชาวสปาร์ตาร์ที่ชีวิตจะมีความผูกพันกับสงครามมานานเท่านาน
หนังถ้าจะว่าไปก็เหมือนหนังประวัติศาสตร์ที่ได้พูดถึงความกล้าหาญของชาวสปาร์ตันที่นำโดยกษัตริย์ลีโอไนดัสเพื่อต่อสู้กับการล่าอาณานิคมของเปอร์เซียที่มีกองทัพมหาศาล แต่ว่าลีโอไนดัสนำทหารไปสู้รบเพียงสามร้อยคนเท่านั้น
เรื่องที่น่าคิดก็คือว่าทั้งสองฝ่ายต่างที่จะคงไว้ซึ่งหน้าบันทึกในประวัติศาสตร์ กล่าวคือฝ่ายสปาร์ตันก็ต้องการที่จะเป็นเสรีชนที่ไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใด ถ้าต้องเป็นทาสก็ขอสู้จนตัวตายดีกว่า ขณะที่ฝ่ายเปอร์เซียก้ต้องการที่จะจารึกว่าตัวไปครอบครองดินแดนไปทั่วโลก และจะทำลายข้อมูลการคงอยู่ของชาวสปาร์ตันออกไปจากประวัติศาสตร์เสียให้สิ้น เพราะว่าเป็นเผ่าที่พิชิตได้ยากเย็นเหลือเกิน (เหตุการณ์คล้ายคลึงกันคือ จิ๋นซีฮ่องเต้ได้ทำลายหนังสือและบันทึกคำสอนไปมากมายในช่วงที่รวบรวมแผ่นดินจีน)

แต่มาวันนี้การเวลาผ่านไปเกินกว่าสองพันปี ตำนานความกล้าหาญของชาวสปาร์ตันก็ยังคงอยู่มาจนถึงวันนี้
เขียนไปเขียนมาไม่ได้พูดเกี่ยวกับหนังเลยแฮะ
หนังดีครับชอบ ให้สี่ดาวครึ่ง (ดาวจากความชอบของตัวเอง เอากฎเกณฑ์ไม่ได้)