TRAVEL

GO TO PRAN 2007

posted on 13 Mar 2007 09:38 by loft  in TRAVEL

PRANBURI

หายไปนานอยู่เหมือนกันภารกิจเยอะเป็นพิเศษช่วงนี้ ช่วงที่หยุดยาวนั้นอย่างที่ไดอารีหน้าก่อนบอกไว้ว่าจะไปทะเล สรุปว่าเราไปที่ปราณบุรี เดี๋ยวมาดูรูปตามกันได้เลยนะ

Photobucket - Video and Image Hosting

ก่อนจะเข้าที่พักที่อยู่ติดฝั่งทะเลปราณบุรี บริเวณตอนนี้มีที่พักเต็มไปหมดทั้งที่สร้างใหม่และที่กำลังสร้าง ส่วนที่เราพักนั้นรู้สึกว่าจะสร้างมานานแล้ว

Photobucket - Video and Image Hosting

พักกันที่บ้านปราณรีสอร์ท บ้านปราณรีสอร์ทเป็นที่พักเล็กๆ ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่ช่วงที่เราไปพักนั้นก็เต็มทุกห้อง โดยที่เราเป็นกลุ่มสุดท้ายพอดี

Photobucket - Video and Image Hosting

บรรยากาศตกแต่งของบ้านปราณนั้นก็ออกแนวผสมผสานเขตร้อนระหว่างบาหลีและมอร็อคโค บาหลีนี่ดูจากการใช้วัสดุตกแต่ง ส่วนมอร็อคโค่นี่มาจากสีสดๆของบ้าน อย่างสีส้ม

Photobucket - Video and Image Hosting

เวลาไปพักแล้วมีน้ำตกลงมาอย่างนี้รู้สึกว่าจะสงบดีแล้วก็ดูเย็นดีด้วย

Photobucket - Video and Image Hosting

สระว่ายน้ำที่อยู่กลางรีสอร์ท น่าอิจฉาพวกที่อยู่ใกล้สระที่ตื่นเช้ามาก็เปิดประตูลงสระได้เลย

Photobucket - Video and Image Hosting

ตรงนี้จะเป็นบริเวณด้านหน้าของห้องพักแต่ละห้องที่จะมีชุดที่นั่งรับแขกเป็นสัดส่วนห้องใครห้องมัน

Photobucket - Video and Image Hosting

หาดทรายที่นี่ละเอียดดีมาก เวลาเดินจะรู้สึกยุบๆจะจมลงไปในทรายเลยทีเดียว

Photobucket - Video and Image Hosting

รูปนี้เป็นที่พักข้างเคียง หลังใหญ่มากๆ ที่ปราณบุรีตรงติดฝั่งทะเลมีบ้านพักตากอากาศส่วนตัวเยอะเหมือนกัน บางหลังนี่เราชอบมาเลยถ่ายรูปกลับมา เผื่อว่าอนาคตจะได้สร้างมั่ง อิอิ

Photobucket - Video and Image Hosting

ไม่รู้ว่าทำไมเวลาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น จะออกมาเหมือนอาทิตย์ตกทุกที

Photobucket - Video and Image Hosting

ส่วนอาหารร้านที่อยู่ในปราณบุรี คือ ร้านชื่ออุดมโภชนา ถ้าจำไม่ผิด ตัวร้านจะอยู่ตรงตลาดปากน้ำปราณบุรี อาหารอร่อย ที่นั่งสะดวกสบาย ที่สำคัญราคาไม่แพง

Photobucket - Video and Image Hosting

อันนี้จำไม่ได้แล้วว่าอะไร คือพอจานลงปุ๊บก็หมดปั๊บ

Photobucket - Video and Image Hosting

กุ้งอบวุ้นเส้นตัวใหญ่มากๆ

Photobucket - Video and Image Hosting

ส่วนวันกลับก็มีแวะกันระหว่างทางตลอดเส้นทาง โดยจุดไฮไลท์ก็คือแวะที่พระที่นั่งมฤคทายวัน ซึ่งเป็นพระราชวังของรัชกาลที่ 6 ภายในได้รับการดูแลรักษาให้คงสภาพเดิมมากที่สุด

Photobucket - Video and Image Hosting

เนื่องจากปัจุจบันได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ประกอบทั้งอาคารสร้างมานาน รวมถึงที่ตั้งที่อยู่ริมทะเล เลยทำให้พระราชวังมีบางส่วนเสียหาย ก้ต้องทำนุบำรุงให้พระราชวังมีอายุยืนยาวมากที่สุด ถ้าใครมีโอกาสหรือตั้งใจจะไปเพื่อชื่นชมสมบัติชาติ ก็ช่วยกันสนับสนุนค่าบูรณะ กันบ้างก็น่าพอช่วยได้บ้าง

SAMET TRIP (20-23 NOV)

posted on 27 Nov 2005 13:28 by loft  in ART, TRAVEL

หลังจากที่ไปเสม็ดมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วขอสรุปข้อมูลของทริปนี้ซะหน่อย

ข้อมูลทั่วไป


เกาะเสม็ด หรือเกาะแก้วพิสดาร ตั้งอยู่ในเขตตำบลเพ อ.เมือง จ.ระยอง อยู่ห่างจากฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร สภาพของเกาะเสม็ด มีสันเขา เป็นแนวยาว จากตัวเกาะด้านเหนือมาทางใต้ ส่วนฝั่งตะวันตก ของเกาะ เป็นหน้าผาสูง และลาดชันลงสู่ฝั่งตะวันออก ที่มีชายหาดเว้า ทำให้เกิดชายหาด ที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ จะอยู่ทางด้านเหนือ และตะวันออก ของเกาะเสม็ด
เกาะเสม็ด เป็นเกาะที่มีความสำคัญ ในประวัติศาสตร์ของวรรณกรรมไทย ในยุคต้น ของกรุงรัตนโกสินทร์ ดังปรากฏในวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณี ซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ ของกวีเอกของไทย นามสุนทรภู่ โดยเกาะเสม็ด ได้รับการขนานนาม ในกวีนิพนธ์ ว่า "เกาะแก้วพิศดาร" ซึ่งอาจจะมีที่มาจาก หาดทรายบนเกาะเสม็ด ที่ขาวปานแก้ว อยู่ทั่วไปก็ได้

ส่วนสาเหตุที่เกาะแห่งนี้ ได้ชื่อว่า เกาะเสม็ด ก็เพราะว่า เกาะแห่งนี้ มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดง ขึ้นอยู่มาก ชาวบ้าน นำมาใช้เป็นไต้จุดไฟ ทำให้เกาะแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเกาะเสม็ด จากสาเหตุนี้เอง

รูปร่างของเกาะเสม็ด มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุด ของเกาะเสม็ด กว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุด อยู่บริเวณ อ่าวกิ่วนอก - อ่าวกิ่วใน ซึ่งกว้างประมาณ 100 เมตร

การเดินทาง


ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเอกมัย มีรถปรับอากาศเชิดชัยทัวร์ (02)3912804 ซื้อตั๋วกรุงเทพฯ-บ้านเพ ราคาประมาณ 146 บาท ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง มีรถออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 05.00-20.30 น. รถโดยสารก็กว้างขวางดี วันที่ไปวันอาทิตย์ ไปถึงก็ซื้อตั๋วเลย ขากลับก็ซื้อที่ท่ารถเลยสะดวกดี
ท่าเรือมีหลายท่าที่ดังๆก็ท่าเรือนวลทิพย์ แต่เราจะไปวงเดือนเลยเดินไปทางท่าเรือนวลทิพย์ 2 จะอยู่ไกลจากตรงที่เค้าขายของฝากหน่อยนึงแต่เดินได้ ใครจะไปสปีดโบ๊ทก็หาเอาละกันรู้สึกจะเรียกราคาประมาณ 1000 บาทนะ

ที่พัก

เราเลือกพักที่อ่าววงเดือนเพราะว่าหลังจากที่เช็คข้อมูลน่าจะเหมาะสมสุดแล้ว สงบพอประมาณ เดินทางไม่ลำบากมาก ทะเลสวย ที่พักก็สะอาด มีท่าเรือใกล้ๆ เลือกพักที่ วงเดือนวิลล่า เพราะว่าดูรูปจากเว็บไซต์ และบรรยากาศ สวยสะอาดดี แถมราคาก็อยู่ในงบประมาณ ไม่ได้แพงอะไรดุเดือดนัก เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่กี่วัน ตอนแรกว่า 3 วัน 2 คืน ไปๆมาๆ 4 วัน 3 คืนเลย ติดลม

วงเดือนวิลล่าที่พักโอเคนะ ก็สะอาดดี สงบ ไม่พลุกพล่าน ฝรั่งเยอะพอประมาณ ห้องพักแบบ deluxe เตียงใหญ่ 2 เตียง ห้องนี้นอนได้ประมาณ 8 คน แต่รู้สึกว่าเค้าจะยอมให้ 4 คนเอง ห้องน้ำในตัว ห้องแอร์ ทีวี

ยุงเยอะตอนหัวค่ำ ตอนกลางคืนไม่มี มีร้านอาหารในที่พัก ราคาแพงกว่าที่พักข้างๆนิดหน่อย ประมาณจานละ 10 บาท ข้ามต้มกุ้งอร่อย ใส่ตังฉ่ายด้วย กระเพราปลาหมึกใช้ได้

บริการของพนักงานก็ใช้ได้ แต่ว่ายังบริการไม่ถึงระดับประทับใจอะไรมากมาย คาดว่าต้องปรับปรุงเรื่องฝึกอบรมนิดนึง บรรยากาศเป็นกันเองดี สงบมากมีมุมให้นั่งเล่นเต็มไปหมด ลมเย็นดีมากเพราะว่าที่พักติดหาดเลย น้ำทะเลใส

อาหารการกิน

ลงรถแล้วแนะนำให้กินข้าวตรงท่ารถก่อน เรากินร้านเดียวทั้งไปทั้งกลับ คือร้าน พล นวลทิพย์ ร้านนี้ฝีมือทำอาหารดี เจ้าของบริการ พูดจาดี ราคาถูกกว่าบนเกาะเยอะมากเหมือนกินที่กรุงเทพน่ะ เมนู แนะนำ ไข่เจียวปู ข้าวผัดปู ปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย ชิมมาหมดแล้ว อร่อย

บนเกาะเสม็ด อ่าววงเดือนราคาอาหารจานเดียวจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 บาท ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลที่วงเดือนรีสอร์ทอร่อย ตอนกลางคืนถ้าอยากกินอาหารทะเล ให้ออกมาตอนประมาณทุ่มกว่า ร้านซีฟู้ดจะตั้งริมหาด เต็มไปหมด เดินเลือกร้านดีๆแล้วกัน เท่าที่ดูราคาไม่ได้ต่างกันมากคือ แพงพอกันหมด แล้วแต่ว่าใครจะชอบบรรยากาศร้านแบบไหน ตอนเช็คบิลพยายามดูราคาด้วย อาจจะเจออาการมั่วนิ่มได้ ถ้าไม่ดูใบเสร็จดีๆ

บนเกาะไม่มีแหล่งน้ำจืด ถ้าเอาน้ำไปบ้าง ของกินไปบ้างน่าจะช่วยประหยัดค่ากินได้

ที่เที่ยว

เนื่องจากจะไปท่องเที่ยวพักผ่อนเลยไม่ได้สมบุกสมบันอะไรมากมาย แต่เท่าที่เห็นก็จะมี มอเตอร์ไซค์ให้เช่า 400 บาทต่อวัน 100 ต่อชั่วโมง มีเรือกล้วย มีเจ็ตสกี มีคายักรู้สึกจะชั่วโมงละ 200 มั๊ง พักที่วงเดือนสามารถเดินข้ามเขาไปโผล่ที่หาดแสงเทียนได้บรรยากาศดีมาก สงบ มีแต่ฝรั่งมาพัก ทะเลใส


อ่าววงเดือน
อ่าวที่คุ้นหูนักท่องเที่ยวอีกอ่าวหนึ่ง เพราะเรือโดยสารประจำทาง ที่มาจากท่าศาลา จะมาส่งนักท่องเที่ยว ที่อ่าวนี้ เป็นประจำ ถ้าจะบอกว่า เป็นป้ายสุดท้าย ของเรือโดยสารก็ไม่ผิดนัก อ่าววงเดือน คึกคักพอๆ กับหาดทรายขาว แต่ที่อ่าววงเดือน คุณสามารถเลือกได้หลายบรรยากาศ ถ้าต้องการความสงบเงียบ ก็ต้องทางด้านหัวอ่าว ส่วนคนที่รักความคึกคัก ต้องเลือกกลาวอ่าว ถ้าชอบนั่งกินบรรยากาศ ให้คุณเลือกตามความต้องการอย่างที่บอก


อ่าวแสงเทียน
อ่าวแสงเทียน เป็นอ่าวที่ เงียบสงบ ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน นักท่องเที่ยวที่มาพักอ่าวนี้ โดยมาก เน้นความสงบ เป็นส่วนใหญ่ หาดทรายของอ่าวแสงเทียน ถ้าจะว่าไปแล้ว สะอาดกว่าด้าวหัวเกาะเสียด้วยซ้ำไป ก็เป็นเพราะนักท่องเที่ยวที่มาพักที่หาดนี้ น้อยกว่า ทำให้ธรรมชาติบริเวณนี้ ยังคงรักษาความสวยงาม ตามธรรมชาติได้ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยว ประเภทกินลมชมวิว นอนนับดาวแล้วละก็ อ่าวแสงเทียน เป็นอีกอ่าวหนึ่ง ที่คุณไม่ควรพลาด ที่จะมาพักผ่อน

ถ้ามีโอกาสคงจะกลับไปเที่ยวอีก ใกล้ สะดวกสวย สงบดี

ตัวอย่างรูป

SAMED DAY 2

ตื่นเช้ามาหลังจากที่เมื่อคืน นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ ทั้งๆที่ปกติไม่มีปัญหาเรื่องนอนอะไรเลยนะเนี่ย เรื่องผิดที่นี่ใช้กับเราไม่ได้เลย เห็นแสงแดดเช้าๆ สวยดีเลยเอามาลงรูปซะเลย อันนี้ก็ชิงช้าชาลีอีกจุดนึง

อันนี้แสงเงาตกกระทบกับต้นไม้

นี่ก็แสงเงาเหมือนกัน

ขอบอกว่า ม้าหินอันนี้ นั่งจะติดทะเลเลย ถ้าน้ำขึ้นมาจะมีน้ำละเลียดปลายเท้าได้เลย ดูๆไปนี่ถ้าไปเป็นหมู่คณะตรงนี้รับรองว่าเป็นจุดเมาแน่นอน

อันนี้แสงตกกระทบ

อันนี้ก็ชิงช้าอีกอันนึง อีกแล้วมาที่นี่รับรองไม่มีปัญหาเรื่องชิงช้า เยอะมากมีหลายจุด

จินเจอร์ยอมแล้ว

เก้าอี้สีแดงสวยมาก จริงๆรู้สึกว่าต้องเรียกว่าตั่งนะ อยากเอากลับบ้านมามากๆ แต่จะเอาไปวางตรงไหนหว่า

จินเจอร์ กับ จินนี พนักงานประจำวงเดือนวิลล่า

อันนี้ร้านอาหาร ตรงวงเดือนรีสอร์ท ร้านอาหารจะถูกกว่าวงเดือนวิลล่านิดหน่อย ประมาณจานละ 10 บาท น่ะ รสชาติก็ใช้ได้ ชอบแสงเงารูปนี้จัง

อันนี้ร้านขายโปสการ์ดและสารพัดของ ยังเช้าอยู่คนขายยังไม่ตื่น

เดินเล่นชายหาดตอนเช้า

น้ำทะเลใสมากๆน่าเล่น

เห็นมั๊ย ใสจริงๆ

อันนี้เมื่อคืนหนักไปหน่อย

ไปทะเลก็มีป่านะ ต้นนี้สูงใหญ่มาก เลยขอชักรูปไว้เป็นที่ระลึก

ทางเดินจากหาดวงเดือนไปหาดอื่นๆ ซึ่งตอนหลังถึงรู้ว่ามันมีทางอื่นที่ใกล้กว่า

มีป่าละเมาะด้วย

หลังจากเดินผ่านป่าละเมาะมาได้เราก็มาถึงหาดสงบๆอีกแห่งนึง นั่นก็คือหาดแสงเทียน

อันนี้รู้สึกว่าจะชื่อ candle light resort ตรงตัวดี

หาดแสงเทียนมั๊ง หรือ ลุงดำเนี่ยแหละ มันติดๆกัน

น่าจะแสงเทียน

ต้นไม้น้ำเค็ม ขึ้นริมทะเล

เงารูปนี้ก็สวยดี

อันนี้ก็ด้วย

กิ้งก่าได้ทอง

เค้าถึงว่ามาเสม็ดเสร็จทุกราย

อันนี้ก็ candle light resort มั๊ง

อันนี้มีเรือด้วย

สะพานอันนี้อยู่ที่หาดลุงดำ มั๊ง

ตัวอย่างที่พักของหาดลุงดำ

ไม่รู้ว่ามันขึ้นได้ยังไงนะ

หาดหินตรง หาดแสงเทียน หาดนี้เท่าที่สำรวจดูทะเลน่าเล่นมากน้ำใสสงบ ส่วนใหญ่คนที่พักจะเห็นแต่ฝรั่งคนจะมาอยู่กันแบบสงบๆน่ะ

กลับมาที่ร้านอาหาร วงเดือนรีสอร์ท เย็นนี้อยากจะไปกิน อะไรทะเลๆให้สมกับมาทะเล ที่นี่คงไม่เหมาะเท่าไหร่

หมาทะเล

ร้านอาหารที่วงเดือนวิลล่า บรรยากาศดี แต่ไม่ได้นั่งเลย ตลอดที่อยู่เนี่ย มันทึบอะอันนี้ ส่วนใหญ่ถ้ากินที่นี่ จะไปนั่งกินข้างนอกเหมือนเป็นชานนั่งเล่นน่ะบรรยากาศดีกว่า

และแล้วก็มากินข้าวใต้แสงเทียน กว่าจะเดินเลือกร้านที่ถูกใจได้ตั้งนาน เดินกลับไปกลับมาอยู่นั่นแหละ

ยำรวมมิตรทะเล

รวมมิตรทะเลจานเดิม เอ๊ะ สงสัยเมาลงซ้ำ

หอยเชลล์ย่างอบเนย อบชีส อะไรไม่รู้ล่ะแต่อร่อย นิ่มดี

ไข่เจียวหอยน้ำลม อันนี้ก็อร่อยเสียดายที่ทอดไม่กรอบเท่าไหร่อะ แต่ก็หมด

กุ้งกระเทียมพริกไทยอร่อยดี กุ้งเยอะ

รวมมิตรทะเลชุบแป้งทอด ส่วนใหญ่เป็นมิตรกุ้งกับหมึก

ที่ไม่ได้สั่งตระกูลปิ้งๆย่างๆเพราะว่ามีแนวโน้มอาจจะกระเป๋าฉีกได้ กุ้งกิโลตั้งแต่ 600 ถึง 1200 โอ้ว กินธรรมดาก็ได้ฟะ

แถมตอนคิดตังค์ยังจะโมเมคิดตังค์มั่วอีกนะ แหม แหม ตอนสั่งตรูบวกราคาแล้วเฟ้ย อย่ามาโกงซะให้ยาก ตอนหลังรู้จากเจ้าของรีสอร์ทว่า ร้านอาหารซีฟู้ดริมทะเลพวกนนี้ชอบมั่วก็บลูกค้า พวกฝรั่งๆเมาๆก็โดนไปหลายคนแล้ว

รูปเยอะกว่านี้ที่นี่

ใครอยากดูรูปเสม็ด ไปที่ลิงค์นี้ได้เลยอันนี้วันแรก

วันที่สอง รูปจะเยอะสุด

วันที่สามไม่มากไม่น้อยกำลังดี

วันที่สี่ วันสุดท้ายกลับบ้าน รูปน้อยหน่อย

รูปทั้งหมดนี้รวมแล้วก็เกือบ 100 รูปก็เยอะอยู่ แต่รับรองว่าดูเพลิน

ทั้งหมดมี 4 วัน ลงแบ่งเป็นวันๆไป คำอธิบายประกอบรอก่อน ดูรูปไปก่อน

ป.ล. ถ้าเป็นไปได้เม้นด้วยก็ดีเป็นกำลังใจตากล้อง อิอิ


edit @ 2005/11/27 13:43:00

Yi Peng

posted on 12 Nov 2005 09:32 by loft  in TRAVEL

When the cool winds blow through the hills and the forests,and the fields of rice-heavy with grain-catch the golden rays of the evening sun,it's time for the eagerly awaited harvest. This is follow by the Yi-Peng festival.

Chaing Mai is well know for its important festivals-the summer and the winter festivals-the former is undoubtedly Songkran Thailands traditional new year, while the the latter is often thought to be the annual winter fair with the beauty contest. In fact it is the Yi-Peng Festival, better know as Loy Krathong.

On Yi-Peng night the full moon sends a cool rich light across the night skies. Local people prepare to float their lanterns and krathong on the sacred Ping River.

Yi in the northern dialect means two ,while Peng is equivalent to phen or full moon in Central Thai dialect. Thus Yi-Peng means full moon night of the twelfth kunar month.

The Yi Peng festival of Chaing mai is derived from the Brahim belief of floating away evil,or in worships of the god Shiva who resides mid-ocean. Another way of thinking is derived from the lord of Buddha left his footprints on the banks of the full moon in twelfth month. It, therefore, become the tradition to float lanterns in worship of Buddhas footprints.

Villagers of rural Thailand also maintain that the festival is held to show penitance of the river Goddess. The lives of these villagers are dependent on the river; they use the water for drinking, washing, making a living, and also disposing of refuse. Therefore, they make an annual respect and gratitude to the river by floating a krathing containing light candles, incense and a prayer onto the water.

For this festival, the people of Chaing Mai also float the lanterns into the sky. This is believed to have derived from Burma when Chaing Mai was still a vassal state of th Burmese Kingdom. This is a specialized art, unique to the north. The lanterns are made of Sa paper or colorful cellophane, glued onto a bamboo frame in a rectangular or cylinder shape as so desired.

Hot air or gas is let in at the bottom to lift the lantern into the sky. Fire crackers are sometimes attached to the lantern, giving off a battery of cracking explosion when the lantern is a float. Sa lanterns contain a small fire lighted inside, and these are breaking as they float off into the dark sky in numbers.

Another kind of lantern is a smaller version made of cellophane on a bamboo frame with lighted candles inside and these are hung ariund the tamples and the houses. Some gates are decorated with twigs, leaves or coconut branches,on which such lanterns are hung. This tradition is called making a jungle gate.

As you look over the Ping River on Yi Peng night, you will probably recognise three distinct types of floats krathong sai krathong lek krathong yai or krathong luang.

Krathong Sai the most simple version, is made of sliced trunks of banana trees decorated with candles stringed together, numbering the same as your age or more. Floathing away this krathong is equivalent to floathing away your bad luck.

Krathong Lek is made of banana leaves decorated with flowers, looking similar to a lotus blossom. Couples often float this together and this is indy a very romantic interlude.

Krathong Yai is made by the Chaing Mai municipal office as part of the Nang Nopamas procession. On Yi Penf eve, the procession goes through the main thoroghfares of the city, eventually ends at the Ping River where crowds of people are waiting to watch the spectacle. Seated within the krathong is Nang Nopamas who had been selected from the numerous northern beauties. A contest is also held to pick the most beautiful krathong.

The Yi Peng Festival is no longer restriced to a local audience. With direct flight into Chaing mai from many wiversees destinations like Singapore and Hing Kong, many visitors fly in just to take part in this colorful festival.

The crowds of people, like waves pm an ocean, have gradually dispersed as night passes, and the dew heralds a new dawn of a chilly morning in November, Most of them are snuffed in ther thick warm blankets, tired from the previous night festivities of Chaing Mais Yi Peng, already looking forward to next years attractions.



edit @ 2005/11/12 10:35:18