chiangmai

วันนี้ก็จะเป็นการสรุปการเที่ยวก่อนกลับกรุงเทพ วันนี้เราอยู่เชียงใหม่กัน หลังจากเมื่อคืนนอนกันธรรมดาไม่ได้ออกไปตื้ดๆกันที่ไหน ตื่นมาก็ใช้สิทธิ์อาหารเช้าก่อนจะแยกย้ายไปคันใครคันมัน

เนื่องจากคันนี้เราเป้นคนขับ ดังนั้นจะเถลไถลเยอะหน่อย เนื่องจากว่าถึงแม้มาเชียงใหม่บ่อยแต่ไม่ค่อยจะได้เที่ยวกับเขาหรอกส่วนใหญ่ก็จะมาทำงานซะมากกว่า

ดังนั้นเลยถือโอกาสนำเที่ยวสำหรับสมาชิกที่ยังไม่เคยมาเชียงใหม่เลย

มาถึงเชียงใหม่ก้ต้องหาของฝากดังนั้น กาดวโรรส คือคำตอบ ที่นี่มีทุกสิ่งให้คุณเลือกสรร อยากได้สตอเบอร์รี่ มี อยากได้น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู ที่นี่มี ถ้าให้เปรียบเทียบที่นี่ก้คือเยาวราชของเชียงใหม่นั่นเอง ส่วนใหญ่เวลามาที่นี่ถ้ามีเวลาซื้อแคปหมู น้ำพริกหนุ่มก็ร้านดำรงค์เนี่ยแหละ อ่านประวัติย่อต่อที่บล็อกนี้

china town

บรรยากาศแถวตลาด แต่งรูปเก่าๆหน่อย อิอิ

china town

พอทีมงานช็อปกันเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปที่บ่อสร้างกางจ้องกันต่อ ซึ่งโชคดีมากที่มาถึงตอนที่เค้ามีงานเทศกาลพอดี มีการประกวดตกแต่งหน้าร้าน แข่งเขียนร่มเต็มไปหมด เราออกจากบ่อสร้างตอนประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆได้ แล้วก็มาแวะที่บ้านถวายต่อ


bosang

ประตูทางเข้า

umbrella

umbrella corporation

fantastic

รางวัลที่สอง

สำหรับคนที่อยากหาของแต่งบ้าน งานไม้ งานฝีมือดีๆ ราคาดี แนะนำว่าให้มาดูที่บ้านถวาย พี่ที่ออฟฟิศเคยซื้อเก้าอี้ไม้สักอย่างดีไป คุ้มมากๆ ค่าส่งก็ไม่แพง แต่ต้องรู้จักร้านหน่อยนะ แวะกินข้าวที่คาร์ฟูร์หางดง ออกจากลำพูนประมาณบ่ายสองได้ มาถึงกรุงเทพสองทุ่มกว่า เหนื่อยแต่สนุกคุ้มค่า คุ้มเวลามากๆ

baan tawai

 

 

หลังจากสนุกสนานกันมาสองวันแล้ว ทั้งวันที่หนึ่งที่เดินทางมาปาย กับวันที่สองตะลุยทัวร์ปาย มาวันนี้วันที่สามที่จะลงจากปายมาเชียงใหม่ วันนี้ตื่นตั้งแต่ตีสี่กว่าๆเนื่องจากจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ห้วยน้ำดัง คุณพี่คนขับก็รีบบึ่งไปสุดชีวิตอีกแล้ว มืดๆอย่างงี้ไม่มีรถเลยเข้าโค้งได้สบายมาก เออ จำได้ทุกโค้งเลยแฮะ

huay nam dang

ห้วยน้ำดังยามเช้า

ในที่สุดก็มาถึงห้วยน้ำดัง โอ้ว มาผู้ร่วมอุดมการณ์เยอะมาก แต่ปรากฏว่าพระอาทิตย์เบี้ยว แง แง เจอเมฆหมอกบัง ดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ได้งั้นมาดูทะเลหมอกแทน อ้าว ปรากฏว่าตรงนี้ดูทะเลหมอกไม่สวยแฮะ ทะเลที่เคยดูที่เขาค้อสวยกว่า วันนี้อากาศไม่หนาวมากเท่าวันก่อน ดูอุณหภูมิแล้วอยู่ที่ 9 องศาเอง

huay nam dang

 ผักอะไรสักอย่างแหละ

pai

พระอาทิตย์ขึ้นที่ร้านกาแฟรักจัง

rak jang

รูปที่มีทุกบ้าน

พอเสร็จกิจจากห้วยน้ำดังเราก็แวะที่ที่น้ำพุร้อนโป่งเดือด แต่มันเป็นทางผ่านร้านกาแฟรักจังที่เราผ่านกันวันแรก ก็เลยแวะทานอาหารเช้าที่นี่กัน ขอแนะนำว่าข้ามต้มเค้าทำฝีมือใช้ได้เลย อร่อยกว่าที่รีสอร์ทที่เราพักกัน ไข่ลวกก็อร่อยดี (อันนี้มันใช้ฝีมือตรงไหนเนี่ย) พออิ่มท้องกันเรียบร้อย เราก็เข้าไปที่น้ำพุร้อนซึ่งทางเข้าก็ค่อนข้างจะออฟโรดพอสมควร พอกลับมาดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นน้ำพุร้อนท่าปายนะ ในพื้นที่จะเป็นป่าก็มีไผ่ที่เห็นเยอะเหมือนกัน ทางเดินก็ทำไว้ดีสะดวก ห้องน้ำสะอาด เค้ามีที่พักด้วย มีที่กางเต้นท์อะไรเรียบร้อย พอเดินไปเรื่อยๆ พอเริ่มได้กลิ่นก็เข้ามาถึงบริเวณน้ำพุร้อนแล้ว เห็นน้ำเดือดจริงๆ ปุดๆ ตลอด เค้าแปะป้ายว่าห้ามนำไข่ไปต้มด้วยล่ะ สงสัยว่าคงเอาลงกันไปเยอะแล้วสกปรกมั๊ง

Photobucket

ทางเดินเข้าน้ำพุร้อน

onzen

ระหว่างทางไปน้ำพุร้อน เจอไอน้ำสวยๆ

onzen

น้ำพุร้อน ห้ามทำไข่ไปต้ม

hut

กระท่อมเล็กในป่าใหญ่ บ้านพักในบริเวณน้ำพุร้อน

ระหว่างทางที่ลงมาเชียงใหม่ก็ได้แวะร้านกาแฟอีกร้านนึงบรรยากาศก็ดี ถ่ายรูปกันหลายรูปเหมือนกัน เห้นรถขึ้นมาที่ปายเยอะเหมือนกัน เนื่องวันนี้เป็นวันเสาร์แล้ว

Photobucket

อร่อยนะ แต่ไปอีกจะจำได้ป่าวเนี่ย

เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงเชียงใหม่แถวๆตลาดสันทราย เส้นดอยสะเก็ด ได้แวะไปกินข้าวซอยร้านอร่อยแนะนำโดยพี่ไก่พลขับของเรา ข้าวซอยก็มีสองอย่างคือไก่กับหมู ไม่มีเนื้อ พออิ่มแล้วคราวนี้ก็เป็นทัวร์วันเด็กละ ไปสวนสัตว์เชียงใหม่ ไปดูหมีแพนด้ากัน เนื่องจากทั้งกลุ่มยังไม่เคยมีใครมาดูเลย 55

พอจ่ายค่าผ่านประตูเข้าไป ปรากฏว่าเหลือแต่ช่วง ช่วง หลินฮุ่ยรำคาญคนดูปากมากเดินหนีหายไปแล้ว ช่วง ช่วง นอนบนแคร่ จนน่าจะไปเล่นเรื่องเพื่อนสนิทเพราะว่านอนมาไข่ย้อยเชียว ใครว่า size doesn’t matter พอเห็นของช่วง ช่วง มัน matter วุ้ย บะละฮึ่มมาก

Photobucket

ไข่ย้อย

ภายในสวนสัตว์ได้แวะดูแค่สองหมีคือแพนด้ากับโคอาล่าเท่านั้น แง แง

ออกจากกรงหมีมาได้ก็จะแวะไปดูพญาเสือโคร่งที่หมู่บ้านม้ง อันนี้นำทางโดยคุณพี่คนขับ รู้สึกว่าเค้าเรียกว่าขุนช่างเคี่ยนมั๊ง ทางที่เข้าหมู่บ้านม้งเป็นทางเล็ก พอให้รถคันเดียวสวนได้ พอวิ่งไปได้สักพักก็เจอรถสวนออกมาเลยถามว่ายังมีอยู่หรือเปล่าเค้าบอกว่า ไม่มีครับ ร่วงหมดแล้ว เศร้าเลย

doi suthep

สัญลักษณ์ของเชียงใหม่

ได้ทดสอบความหนุม่โดยการขึ้นสักการะพระธาตุดอยสุเทพ เดินนับไปนับมาไม่แน่ใจว่าสองร้อยเท่าไหร่ เดินกันหอบแฮ่กๆ ช่วงที่ไปถึงจะเย็นแล้วประมาณสี่โมงน่าจะได้ ตอนนี้กำลังบูรณะอยู่สำหรับตัวเจดีย์อยู่ คนขึ้นไปเยอะมากทั้งไทยจีนฝรั่งเด็กแก่ เต็มไปหมด แต่เนื่องต้องรีบเก็บพระอาทิตย์(อีกแล้ว)


doi suthep

faith

doi suthep

อิ่มบุญ

คุณพี่คนขับเลยจะพาดูดาวกลางดิน งง อะดิ ดาวกลางดินคืออะไร เพื่อทำให้หายสงสัยเลยรีบบึ่งอีกแล้วรถตู้ร้อยหกสิบ กลัวน็อตหลุดจริงๆเลย ระหว่างที่นั่งไปก็ลุ้นไปว่าจะทันไหม พระอาทิตย์เริ่มดวงโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ต่ำลงเรื่อยๆ เราก็วิ่งมาทางเส้นพืชสวนโลกแล้วก็ขึ้นเขาไปที่วัดพระธาตุดอยคำ

doi kam

พระธาตุดอยคำ

Photobucket

ดาวกลางดิน

พอขึ้นไปปุ๊บก็เจอกับมุมมองที่กว้างแบบพาโนราม่าเห็นเชียงใหม่ไกลมาก แต่จะเห็นด้านฝั่งตะวันตกเฉียงใต้หรือเห็นจากฝั่งสนามบินอะนะ พอแสงสุดท้ายลับไปแล้วรออีกสักครู่นึง ไฟจากในเมืองก็เริ่มเปิดขึ้นมาเรื่อยๆ เห็นแสงระยิบระยับเต็มไปหมด ถนนไฮเวย์ก็เห็นแสงเป็นลำเส้นเลยทีเดียว พออากาศเริ่มหนาว จริงๆต้องเรียกว่าเย็นมากกว่าแล้วก็เริ่มมืดมากแล้วเราก็ลงมาจากวัดเพื่อแวะที่พืชสวนโลกต่อ

เนื่องจากเวลาที่ลงมาก็ประมาณทุ่มกว่าๆแล้วดังนั้นจึงเข้าพื้นที่ไม่ได้ แต่เราชาวคณะก็ไม่ยั่น ยังจะขอถ่ายรูปกับตัวหนังสือ เอาไปอวดชาวบ้านว่าได้มาราชพฤกษ์แล้ว (ถ่ายแต่ป้ายเนี่ยนะ) เอ้า จัดไป เราเองก็ไม่เคยมาเหมือนกัน เห็นชาวบ้านชาวเมืองเค้าถ่ายรูปต้นไม้แล้วสวยดี ไว้ครั้งหน้าถ้ามาแล้วมีเวลาน่าจะได้แวะแต่หัววัน

rajapruek

ช้างม่อย ช้างคลาน ช้างพ่นน้ำ

Photobucket

อร่อยจริง

พอเสร็จจากถ่ายรูปก็ได้เวลารับประทานแล้ว วันนี้คุณพี่ไก่รถตู้แนะนำร้านอาหารชื่ออิ่มปลาเผา ตอนแรกบอกว่าอร่อยเราก็นึกว่าธรรมดา แต่พอเห็นที่จอดรถเท่านั้นแหละ เออ ว่ะ สงสัยอร่อยจริง รถเยอะมาก แต่ด้วยคุณพี่ไก่รถตู้เราเป็นผู้กว้างขวางเราจึงไม่ต้องรอคิวแต่อย่างใด ตอนแรกนึกว่าแกเดินไปเข้าห้องน้ำ อ้าว ได้โต๊ะเลยเหรอเนี่ย หูย หลังจากนั้นก็เกิดการตะลุมบอน แป๊บเดียว อาหารหมดแล้ว

Photobucket

บรรยากาศริมน้ำ

เราก็ปิดภารกิจรถตู้ด้วยการมาส่งที่โรงแรม ก่อนจะแยกกันพี่ไก่ก็มีน้ำใจอีก บอกว่าให้ลองสตาร์ทรถก่อน ถ้าไม่ติดหรือมีปัญหาจะได้ได้ช่วยดูแลให้เพราะว่าจอดทิ้งไว้แล้วอากาศมันหนาว บรื่น บรื้น ก็ติดดีเลยไม่ต้องใช้บริการเสริมจากพี่ไก่ท็อปเกียร์แต่อย่างใด

พอเข้าที่พักเรียบร้อยก็ออกมาซื้อแผ่นดีวีดีที่คาร์ฟูร์ เนื่องเดี๋ยวจะต้องแยกย้ายกันวันพรุ่งนี้แล้ว เราก็เลยต้องแบ่งสมบัติเป็นดีวีดีรูปภาพทั้งหมด พรุ่งนี้มาต่อเที่ยวเชียงใหม่ คราวนี้เที่ยวกันสี่คนละ อีกคันนึงแยกกลับก่อน

ความเดิมจากอาทิตย์ที่แล้วที่บอกว่า ไม่แน่อาจจะได้ขึ้นเหนือ สรุปว่าได้ขึ้นไปสมใจ ไปตั้งแต่วันพุธยันวันศุกร์

เริ่มออกเดินทางวันพุธกว่าจะออกจากกรุงเทพก็แบบว่าเกือบบ่ายสองโมงได้ มาถึงนครสรรค์หรือปากน้ำโพก็ประมาณสามกว่าเกือบสี่โมง กว่าจะเสร็จธุระคุยงานคุยการเสร็จก็นู่นห้าโมงถึงได้ออก

 

ทีนี้ไม่มีแวะระหว่างทางละก็ยาวเลยผ่านกำแพงเพชร ตากซึ่งยาวมากๆ กว่าจะเข้าลำปาง อันนี้ได้ระยะ ส่วนช่วงลำปางเชียงใหม่ก็โค้งไปโค้งมา ขับยังกับเล่นเกมเลย มาถึงเชียงใหม่แวะกินข้าวเย็นกันก็สามทุ่มครึ่ง แวะตรงตลาดสันทรายมีร้านข้าวน่าจะโต้รุ่งอยู่ เฮียแกก็ทำอาหารอร่อยดี สรุปกว่าจะออกจากเชียงใหม่ไปเชียงรายก็สี่ทุ่ม เหอ เหอ จะถึงที่พักตีเท่าไหร่เนี่ย

 

เราขึ้นเชียงใหม่ทางดอยสะเก็ดหรือถนน 118 ซึ่งเป็นถนนขึ้นเขาเส้นเล็กประมาณสองหรือสามเลนอย่างมาก ช่วงนี้เลยเปลี่ยนมือให้พี่คนที่เคยอยู่ภาคเหนือเป็นคนขับ หลังจากที่ข้าพเจ้ายิงยาวมาจากกรุงเทพละ

 

ระหว่างที่ขึ้นเชียงซึ่งก็อย่างที่บอกว่า หนึ่งเราจากเชียงใหม่ก็มืดแล้ว สองถนนขึ้นเขาเส้นเล็ก ดังนั้นช่วงที่นั่งกันไปตอนนี้จึงบรรยากาศได้ใจมาก บางช่วงจะสามารถพบเห็นได้ตามหนังสยองขวัญหรือหนังฆาตกรรม ซึ่งมีมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนที่มืดมิดอย่าได้เหลียวมองกระจกหลังเพราะว่าคุณไม่เห็นอะไรเลยเหมือนจะไปหยิบเฉาก๊วยกินในห้องมืดๆน่ะ ไม่มีแสงอะไรเลย ไม่ว่าจะขับเท่าไหร่มันก็ทำไมฉากข้างๆมันคล้ายเดิมๆ หรือว่าเมื่อกี้ป้ายกิโลมันก็ 49 เอ๊ะขับๆไปทำไมมันยังไม่ลดฟะ เออ เจออีกป้าย อ้าว 49 กิโลอีกแล้ว เง้อ นอกจากนั้นยังมีบางฉาก เราก็เห็น มันเป็นฝุ่นๆ ใครมันมาเผาขยะตอนนี้วะ ห้าทุ่มเที่ยงคืนละ สักพักผู้ร่วมชะตากรรมบอกว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่ เค้าทำถนน นั่นไงไฟแดงๆ เออ ใครมันขยันจัง มาทำถนนตอนเที่ยงคืน อุณหภูมิสิบกว่าองศา ขยันมากน่าแจกโล่ห์ แต่ช้าก่อนมันไม่ใช่ควันหรือฝุ่นครับ มันคือหมอก มันลอยมาแย้ว มาเป็นพรมเลย แน่นมากๆ มองไม่เห็นทางเลย ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง the fog หรือ the mist อะไรเนี่ย จะเห็นภาพมากๆ มันค่อยๆลอยมาชุดที่หนึ่งที่สองก็พอทน พอเห็นลาง แต่ชุดที่สามนี่สิกระจกหน้าไม่เห็นอะไรเลย ต้องมีเบรก เอี๊ยดดดดดดดดดดด

 

พอผ่านมาแล้วทั้งรถก็เงียบไปชั่วขณะ แต่ความเงียบไม่ค่อยปราณีใคร

ขับมาเจอมอเตอร์ไซค์ เออ นะ ออกไปไหนวะเนี่ย เที่ยงคืนแล้วน้า เราก็พยายามดูแสงไฟที่ส่องไปเออไม่ทะลุเว้ย โอเค โอเค พอกำลังแล่นผ่าน คนที่นั่งข้างหลังแบบว่า อืมมมมมมมม  เค้าเอาแขนไปเก็บไว้ไหนเนี่ย แง แง จะกอดอกได้เรียบร้อยอย่างนั้นเลยเหรอเนี่ย ……

 

ยังครับยังไม่หมด ขับไปอีกสักพักคราวนี้ดีขึ้นมาหน่อยเลข กม. มันลดลงมาบ้างละ

 

ปึง!!! เสียงอะไรที่ประตูหลัง

“เฮ้ย เสียงอะไรวะ”

“ไม่มีเมื่อกี้ไม่มีอะไรข้างทางเลย ทางมืดไม่มีหมา แมวอะไรแน่ๆ”

“หินดีดป่าวพี่”

“ไม่น่าใช่นะ เสียงหินดีดมันจะดังกิ๊ง”

“ดินหรือโคลนป่าวพี่”

“มันจะมีดินได้ยังไง ไม่มี ถึงมีมันก็ดีดมาประตูข้างไม่ได้”

“………..”

“งั้นจอดดูมั๊ยจะได้รู้”

“เอ่อ เราลงไปดูก็ทำไรไม่ได้แล้วล่ะ เสียงมันก็ดังไปแล้ว เราไปต่อดีกว่า”

 

ตอนนั้นพี่บี้ก็ร้องเพลงเดิมมาห้าหกรอบแล้ว ก็ยังไม่ถึงสักที

 

เฮ้อ กว่าจะถึงเชียงรายก็เที่ยงคืน ไปถึงกว่าจะหาที่พักที่จองไว้ได้ก็แบบว่ามืดแล้ว แถมดันเข้าซอยไปผ่านวัดเก่าๆ อีก บรรยากาศสุดยอดเลย

 

เป็นอันว่าจบทริปทรหดวันแรก วันนี้หลอนได้ใจ เข้าถึงห้องนอนก็สลบ

 

อันนี้รูปที่ถ่ายที่พัก


mohnfahsai4

mohnfahsai3mohnfahsai2mohnfahsai1

 

 

เดี๋ยวมาต่อตอนต่อไป

 

ป.ล. เดือนนี้ชีพจรลงเท้ามากๆ วันพุธหน้าเดี๋ยวไปขอนแก่นอีก

Related Posts with Thumbnails