entrance

MIM ENTRANCE

posted on 03 Dec 2008 06:16 by loft in MARKETING

 

อันนี้เป็นเหตุการณ์ตอนที่สอบเข้า MIM ธรรมศาสตร์เมื่อประมาณสามปีที่แล้วนะ คิดว่าน่าจะพอเป็นแนวทางให้คนที่อยากจะสมัครเรียนต่อMIMที่ธรรมศาสตร์ได้บ้าง

MIM ธรรมศาสตร์เป้นหลักสูตรการตลาด ภาคอินเตอร์ ซึ่งการเรียนการสอนจะเน้นเรื่องการตลาดล้วนๆ เรียนเป็นบล็อคคอร์ส เรียนเคลียร์กันทีละตัว เรียนหนักมาก ระหว่างที่เรียนไปก็มีคนออกไประหว่างทางเป็นปกติ 

 ----------------------------------------------------------------------

อากาศดีน่านอนมากๆ แต่ว่าวันนี้มีภารกิจต้องไปปฏิบัติ คือวันนี้ต้องไปสอบMIM ที่ท่าพระจันทร์ นั่งเรือไปลงที่ผ่านฟ้าแวะกินข้าวมันไก่อย่างใจเย็นตอน 8.45 ได้ข่าวว่าสอบตอน 9 โมง เมื่อเสบียงเต้มเรียบร้อยก็นั่งพี่มอเตอร์ไซค์บึ่งไปธรรมศาสตร์ราคาถูกกว่าที่คิด นั่งไปแค่ 30 บาทเอง

 

พอไปถึงก็มุ่งไปที่ห้องน้ำ ป้องกันไว้ก่อน รอเวลาเข้าห้องสอบ และแล้วก็ได้เวลาเข้าห้อง ข้อสอบ MIM มีทั้งหมด 2 ส่วน โดยส่วนแรกสอบ 2 ชั่วโมง เป็นGMAT ประกอบไปด้วยคำนวณ ความเพียงพอข้อมูล อ่านวิเคราะห์

 

เริ่มที่ส่วนแรกคำนวณส่วนนี้ทำได้ดีแฮะ รู้สึกว่าทำได้หรือว่าเจอหลอกเลยรู้สึกว่าทำได้

ความเพียงพอของข้อมูล ก็ทำได้แต่ไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่นักเพราะว่าเป็นคนที่คิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน

ส่วนที่ปวดหัวสุดคืออ่านวิเคราะห์บทความ คือบทความภาษาอังกฤษ แล้ววิเคราะห็ด้วยเหตุผลอะไรก็ว่าไป ส่วนนี้ทำไม่ค่อยได้ ที่ทำได้ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

 

แป๊บๆก็หมดเวลา 2 ชั่วโมงผ่านไป 55 ข้อ ลืมบอกไปว่าข้อสอบทำผิดหักแต้ม

 

มาถึงส่วนที่สองเวลาแค่ชั่วโมงเดียวเป็นการสอบ essay โดยมีข้อสอบ 4 ข้อให้เลือก เลือกเขียน 2 ข้อ พร้อมกับแจกกระดาษมาปึกนึง

 

ข้อ 1 เป็นเรื่องซึนามิ สรุปๆคือ จะพัฒนาให้สถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลภาคใต้เป็นแบบ mass อย่างเดิม หรือ upgrade เป็นพรีเมี่ยม

 

ข้อ 2 เรื่อง ก๊าซโซฮอลในแง่พลังงานทดแทนในอนาคต เห็นด้วยในการลงทุนพัฒนาหรือเปล่า

 

ข้อ 3 เป็นเรื่อง low cost airline จะลงทุนยังไงให้แตกต่างจากรายอื่น

 

ข้อ 4 เป็นเรื่องสนธิ เห็นด้วยหรือไม่กับการปราศรัย วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

 

ดังนั้น 4 เลือก 2 เราก็จะมีเวลา ข้อละครึ่งชั่วโมง

 

ให้ทายว่าเลือกข้อไหนบ้าง................

 

พรุ่งนี้ต้องไปสอบอีกแล้ว คราวนี้ไปที่รังสิต ไกลมากกกกกกกกกก

 

ป.ล. วันนี้ได้เจอเพื่อนด้วย สอบเสร็จก็ไปกินข้าว บ่นๆเรื่องสอบกัน หวังว่าจะได้ฝ่าด่านเข้าไปเรียนได้ อิอิ

 ----------------------------------------------------------------------

ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์ในอดีต แต่สังเกตว่า ข้อสอบในส่วนที่เป้นการเขียน essay จะเน้นเรื่องราวที่ทันเหตุการณ์ ดังนั้นก่อนไปสอบควรจะอ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าว แล้วซ้อมๆคิดๆเขียนๆไว้บ้างน่าจะช่วยให้เขียนคล่องขึ้น

FINAL SCORE

posted on 24 Dec 2006 15:37 by loft in MOVIE
วันนี้ลองเข้าเว็บเล่นให้สะใจซะหน่อยหลังจากที่ต้องสอบมากมาย รายงานก็เพียบแต่ว่าเราได้ปลดมันออกไปแล้วเมื่อวานนี้

วันนี้เจอคลิปของหนัง reality ที่กำลังจะเข้าฉายตอนต้นปีที่แบบว่าน่าสนใจมากๆ แล้วเราก็คิดว่าน่าจะทำรายได้ได้ดีด้วย เพราะว่าคนดูน่าจะอินกับวันเวลาและประสบการณ์ที่ผ่านมา

หนังเรื่อง
final score จะเกี่ยวกับการจับตาดูกลุ่มนักเรียนที่จะสอบ entrance ว่าในหนึ่งปีเค้ามีวันเวลาอะไรอย่างไรกันบ้าง

น่าสนใจมาก หนังกำกับโดย
โสรยา นาคะสุวรรณ หนึ่งในผู้ไม่ได้กำกับแฟนฉัน


สัมภาษณ์ MIM กับสอบข้อเขียน Management มหิดล

ก็อย่างที่เขียนไว้เมื่อวันนู้นว่าเดี๋ยววันเสาร์ที่ 4 จะต้องไปสอบสัมภาษณ์ MIM ที่ธรรมศาสตร์ อันหลักสูตร MIM เนี่ยก็คือหลักสูตรเกี่ยวกับการตลาดแต่ว่าเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลาเรียน 2 ปี โดยที่เมื่อปีที่แล้วนักศึกษาจากหลักสูตรนี้ได้ไปแข่งขันแผนธุรกิจระดับโลกแล้วชนะเลิศกลับมาเลยทำให้มีคนสนใจอยากเรียนกันใหญ่

การสอบเข้าก็ประกอบด้วยส่วนแรกคือ GMAT ซึ่งส่วนนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่ ที่ยากอีกส่วนก็คือต้องเขียน essay โดยเลือกเขียน 2 จาก 4 แล้วก็อีกอันนึงก็คือส่งคะแนนความสามารถภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถใช้ Tu-Get ได้ ไม่เป็นปัญหา หลังจากสอบเสร็จรอสักพักนึงจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านข้อเขียนซึ่งรู้สึกว่าจะมีทั้งหมดประมาณ 200 คนได้ รับเข้าเรียนประมาณ 85-90 คน เมื่อวานนี้เราก็ไปสัมภาษณ์มา

เราได้รอบเช้า รอบแรกเลยก็ต้องไปรับบัตรคิวรอเรียกเข้าห้องสัมภาษณ์ ถ้าคำนวณหาเวลาที่จะโดนสัมภาษณ์แล้วน่าจะตกประมาณ 10 นาทีต่อคนได้ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นตามนั้นเนื่องจากว่ายิ่งสัมภาษณ์ยิ่งเลยเวลาไปเรื่อย ดังนั้นคนหลังๆก็ยิ่งเยอะๆขึ้นๆ เพราะว่ารอบแรกเนี่ยตามตารางเวลาจะต้องหมดประมาณ 10.30 แต่ว่าการสัมภาษณ์จริงกว่าเราจะได้เข้าก็ 11.15 เข้าไปแล้ว คิดดูว่านั่งรอ แหง่กนานขนาดไหน รอตั้งแต่ 9 โมงเช้า ดีที่ว่าได้นั่งคุยกับคนที่มาสัมภาษณ์เหมือนกัน คนนี้เค้าก็รุ่นเด็กกว่าเราปีนึงตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับ supply chain ที่โตโยต้า แต่ไม่ได้อยู่ที่ออลซีซั่นส์นะ อยู่ที่ไหนไม่ได้ถาม เห็นบอกว่าสำนักงานใหญ่ นั่งคุยกันไปกันมาก็รู้เพิ่มเติมว่าจบบริหาร ระหว่างที่นั่งคุยก็มีผู้ใหญ่ท่าทางแบบว่า อาแปะ เหมือนกับเป็นผู้บริหาร เดินมาถามว่าจะสอบสัมภาษณ์นี่ต้องรับบัตรคิวที่ไหน แล้วก็สัมภาษณ์นานไหม เราก็นึกในใจว่า โห สงสัย อาเฮียจะต้องแบบว่าอยู่ในพิกัด max แน่เลย(ช่วงอายุนักศึกษา mim ประมาณ 24-45 ปี) ก็บอกไปว่าตอนนี้เค้าสัมภาษณ์ช้าครับ รอบแรกยังไม่หมดเลย เค้าก็ขอบคุณก่อนบอกว่า เดี๋ยวลูกชายก็สอบสัมภาษณ์เหมือนกัน งง สิ

การแต่งกายเข้าสัมภาษณ์ก็ค่อนข้างหลากหลายอย่างที่ในกระทู้ในพันธ์ทิพย์บอกจริงๆ พวกผู้ชายไม่ค่ยจะหลายแบบเท่าไหร่ แยกได้ 3 พวก กลุ่มแรก ขายาว เชิ้ต ไม่ผูกไทด์ กลุ่มที่สอง ขายาว เชิ้ต ผูกไทด์(เราอยู่กลุ่มนี้) กลุ่มที่ 3 สูท ส่วนผู้หญฺงนี่หลากหลายมาก ที่ใส่แซ็กก็มี เสื้อ กระโปรงแบบว่าคิกขุก็มี สูทแจ็กเก็ตก็มี แต่ที่เด้งสุดจะเป็น กางเกงยีนส์ 5 ส่วน เสื้อแขนกุด เท่าที่จำได้

หลังจากรอมาได้ชาติเศษก็ได้เข้าห้อง ซึ่งได้เข้าไปห้องที่มีผู้อำนวยการโครงการด้วย แล้วก็อาจารย์ฝรั่ง แล้วก็อาจารย์ไทยอีกหนึ่งคนผู้ชาย หลังจากสวัสดีเรียบร้อยแล้ว เค้าก็ผายมือให้เริ่มแนะนำตัวเอง เราก็เริ่มไปเรื่อยๆตั้งแต่เรียนจบอะไรมา ตอนนี้ทำอะไร งานเกี่ยวกับอะไร ซึ่งระหว่างที่นั่งเล่าเรื่องไปก็แบบว่า ทำไมห้องมันเงียบจัง เหมือนนั่งอยู่คนเดียวในห้อง ถามหน่อยเถอะได้โปรด พอพูดๆก็เริ่มติดๆขัดๆ เราก็แบบว่าเงยหน้ามองเป็นระยะ ก็ยังไม่ถามอีก ก็เล่าต่อ จนสุดกระบวนความ ถึงค่อยเริ่มมีคำถามมา อย่างเช่นว่า รู้ข่าวจากไหน เว็บไซต์อย่างเดียวใช่ไหม เคยมีคนรู้จักที่เรียนหรือเปล่า แล้วทำไมถึงสนใจ ก็ตอบๆไป แล้วอีกสักพักนึงก็มีชายไทยก็ถามว่าแล้วรู้ไหมว่าการเรียนหลักสูตรนี้เป็นอย่างไร ก็แบบตอบไปว่าก็พอรู้บ้างว่าเรียนหนัก จากที่อ่านจากเว็บบอร์ดแล้วก็คุยกับแคนดิเดทคนอื่นเค้ามีเพื่อนเรียนอยู่ก็บอกว่าหนัก สักพักนึงก็มีเสียงเน้นย้ำมาว่าหนักจริงๆ เพราะงานทุกอย่างมันมีกำหนดเวลาบังคับ บางครั้งเรียนเสร็จ 3-4 ทุ่มก็ต้องอยู่ทำการบ้านต่อถึงเที่ยงคืน แล้วอาทิตย์นึงเรียนหลังเลิกงาน 3-4 วันต่ออาทิตย์ คุณรับได้เหรอที่จะต้องทนไปยังงี้ 2 ปี เราก็บอกไปตามที่บังคับต้องตอบว่าได้อยู่แล้ว พอหลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงท้ายๆ ฝรั่งก็ถามว่าแล้วคุณสนใจการตลาดทางด้านไหนเป็นพิเศษ เราก็ตอบว่าที่สนใจก็ด้าน product กับ channel แต่ก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับ IMC นิดหน่อย เค้าถามว่ามีอะไรจะถามมั๊ย เราก็เลยถามว่าการสัมภาษณ์ของเราวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ประมาณว่าชั้นจะมีลุ้นหรือเปล่าน่ะ ก็มีเสียงเสียดแทงหัวใจมาว่า เท่าที่ดูตามคะแนนสอบแล้ว สำหรับ TU-Get แล้วคุณรู้ใช่ไหมว่าต้องทำคะแนนให้ได้ 600 ก่อนจบ ก็รู้ครับแล้วคิดว่าไม่น่าจะยากเท่าไหร่ จริงๆรอบนี้เราก็ขาดไปนิดหน่อยเอง สำหรับคะแนนอย่างอื่น GMAT ก็เหนือกว่าค่าเฉลี่ย ส่วน Essay ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในส่วนของข้อมูลของเราที่โดดเด่นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน แล้วก็ปิดท้ายด้วยประโยคที่มีความหมายโดยนัยว่า นักศึกษาบางคนถ้ามาสอบอีกครั้งหน้าก็อาจจะมีภาษีดีกว่าเดิม เอ๊ะ แง แง ก็รอฟังผลเอาละกัน แต่ไม่ค่อยจะหวังอะไรแล้ว สัมภาษณ์ได้ห่วยมากๆๆๆ อยากจะจับคอตัวเองเขย่าๆ ทำไมเอ็ง ไม่พูดอย่างงั้น อย่างงี้ เสียดายโอกาส

หลังจากออกจากห้องมาก็เจอคนอื่นๆ แต่ละคนก็มีอาการต่างๆกันบางคนก็โดนหมัดน็อคกว่าเราอีก คือ กรรมการที่สัมภาษณ์บอกเลยว่าให้ไปสอบเข้า การจัดการของมหิดล โอ้ว อะไรจะตรงขนาดนั้น ส่วนบางคนก็แบบว่า กรรมการยื่นข้อมูลตัวเองให้ดู แล้วก็เห็นว่าตัวเองอยู่กรุ๊ป C ก็เลยใจแป้วตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เค้าแบ่งแคนดิเดทเป็น 3 กลุ่ม A B C กลุ่ม เอ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว กลุ่มนี้คือผู้สมัครที่เข้าข่ายมาก คะแนนสวย การงานดีน่าสนใจ สาขาที่จบน่าสนใจ ถ้าสัมภาษณ์ไม่เลวร้ายก็รับเลย

ตกลงเมื่อวานได้คุยกับคนที่มาสอบ MIM ทั้งหมด ประมาณ 4-5 คนได้ โตโยต้า 2 คน คนนึงผู้ชายที่ทำ supply chain อีกคนนึงผู้หญิงน่ารัก หน้าเด็กมาก นึกว่า 24 ปรากฏว่า 27 เข้าไปแล้วจบเอแบ็คคนนี้ สอบการจัดการที่มหิดลเหมือนกัน ตลาดหลักทรัพย์ 1 คน ธุรกิจที่บ้าน 1 คน นี่ก็จบเอแบค เป็นอันว่าเมื่อวานนี้สอบเสร็จแล้วสลดครับ หนังสือหนังหาไม่ต้องอ่านกัน

สอบข้อเขียนมหิดล

ต่อส่วนของวันนี้เหตุการณ์ยังคงวนเวียนกับเรื่องเรียนโท วันนี้ตื่นแต่เช้า เพื่อเตรียมข้าวของจะขนไปสอบตอนเช้า สอบตอน 8.30 ที่สโมสรนายตำรวจเราก็แบบว่า ทำไมมันจัดสอบได้ลำบากงี้ฟะ เดินทางไม่ง่ายเลย ได้ใช้บริการแท็กซี่ โดยเราเป็นเนวิเกเตอร์บอกทางว่าจะไปทางไหน ลัดเข้าทางไหน ก็ถึงที่หมายทันเวลา มาก่อนเวลา 5 นาทีได้ คนสอบก็เยอะใช้ได้ เต็มห้องใหญ่ 1 ห้องเลยล่ะ แต่ว่าคนประมาณ 400 ได้มั๊ง 8.30 -9.30 เป็นการสอบ GMAT อารมณ์เดียวกับที่สอบที่ MIM น่ะครับ ก็ไม่ค่อยยากแฮะ ส่วนที่เป็นคำนวณกับข้อมูลเพียงพอก็ค่อนข้างมั่นใจ ส่วนเรื่องอ่านวิเคราะห์ไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่ พอสอบเสร็จก็เดินออกมาเข้าห้องน้ำ เดินไปสักพักเจอรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยแล้วก็ตอนนี้ทำงานที่บริษัทเดียวกันแต่คนละแผนก ก็คุยกันไปกันมาว่าเลือกอะไร ปรากฏว่าเลือก General Management เหมือนกัน อีกอันเลือก Marketing Management ส่วนเราเลือก Enterprenuer ซึ่งส่วนใหญ่คนจะเลือกกันเป็นอันดับ 1 ระหว่างเดินไปเอาขนมกับนมที่เค้าจัดเตรียมไว้ให้ มายืนคุยกับน้อง ก็ปรากฏว่ายืนประจันหน้ากับสาวโตโยต้าคนเมื่อวาน ก็เลยถามว่าเมื่อวานเป็นยังไงมั่งเค้าก็บอกว่าคิดว่าน่าจะโอนะ เพราะว่าคุยตอบคำถามอะไรได้ เลยถามว่าห้องไหน เธอก็ได้ห้องผู้อำนวยการโครงการเหมือนกัน แถมก็เจอแฉคะแนนเหมือนกันของเค้าคะแนน TU-Get ต่ำกว่าเกณฑ์ GMAT ก็ต่ำกว่าเกณฑ์ไม่พูดถึง essay แสดงว่าคะแนนดี เลยถามว่าแล้วที่มหิดลเลือกอะไร เลือก enterprenuer สาขายอดนิยม สักพักพอจะแยกย้ายมีการขอชื่อ แง แง แบบว่าเธออยากรู้ว่าจะติด MIM หรือเปล่าว่างั้นเถอะ พอบอกเสร็จเลยถามกลับจะได้ไม่เสียเปรียบ จะถามเบอร์ก็เห็นแฟนหนุ่มยืนมองมาอย่างรังสีอำมหิตมาเป็นทาง 55 เออ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครติดไม่ติด จะรู้ไปทำไมเนี่ยให้ไม่สบายใจ แง้ว

สักพักพอเข้าห้องเจอรุ่นน้องมาสอบภาษาอังกฤษเพื่อจบ คุยแป๊บเดียว สอบอังกฤษน่าจะยากกว่า TU-Get ช่วงแรกเป็นการฟัง 50 ข้อ ซึ่งให้ฟังไดอะล็อกแล้วถามว่าเกี่ยวกับอะไร ตายครับงานนี้ ไม่เคยรู้สึกโง่ขนาดนี้มาก่อน ส่วนที่สองเป็นเรื่องของ grammar ซึ่งดันออกไอ้อันที่เราไม่ถนัดด้วยนะ คือ 4 อันจับผิด 1 อันน่ะ เวรกรรม ส่วนที่สามเป็นการอ่าน 50 ข้อ อันนี้ก็ทำได้มั๊ย ได้ทำซะมากกว่า ไม่ค่อยจะมั่นใจอะไรเลย มาที่สุดท้ายเรื่อง essay เขียน 1 ข้อ 30 นาที อันนี้น่าจะเป็นส่วนที่คะแนนดีสุดมั๊ง เพราะเขียนเอง ถ้าผิดก็ผิดเรื่อง grammar เนี่ยแหละ เป็นอันว่าสอบเสร็จรอประกาศผลวันที่ 16 ก.พ. เราก็จะรู้กัน

ตารางเวลาเรื่องเรียนนะครับ

7 ก.พ. ประกาศผล MIM ธรรมศาสตร์

10 ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้เข้าสัมภาษณ์ MBA ธรรมศาสตร์

16 ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้เข้าสัมภาษณ์ MM มหิดล

17 ก.พ. ลงทะเบียนวันสุดท้าย MIM จำนวนหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นกว่าๆ เหอ เหอ

18-19 ก.พ. วันสัมภาษณ์ของทั้งธรรมศาสตร์และมหิดล

3 มี.ค. ประกาศผล MBA ธรรมศาสตร์

ต้นๆมีนา ประกาศผล MM มหิดล

เอวัง ด้วยประการฉนี้


edit @ 2006/10/26 21:31:18

Related Posts with Thumbnails