job

ลองถามตัวเองว่าระหว่างที่เราใช้ชีวิตผ่านไปปีต่อปีเนี่ย
 
เคยตั้งเป้าหมายเป็นระยะๆไหมว่าแต่ละช่วงชีวิตต้องการอะไร
 
เช่น อายุ 25 ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ ทำงานระดับไหน
 
เริ่มเรียนป.โท พออายุ 30 ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ จบ ป.โท แต่งงานหรือยัง
 
เคยมีนักวิชาการเมืองนอกทำวิจัยนะครับ เอาเด็กที่เพิ่งจบเนี่ยมาเปรียบเทียบกันดูสองกลุ่ม
 
กลุ่มนึงปล่อยชีวิตไหลไปตามกระแสจังหวะ ไม่ได้เขียนแผนชีวิตอะไรเลย
 
กับอีกกลุ่มนึงมีการวางแผนเป็นช่วงๆ ว่าตอนนั้นตอนนี้ ต้องได้อย่างงั้นอย่างงี้
 
 
พอสิบปีผ่านไป
 
กลุ่มที่สองมีคนที่ได้ตามสิ่งที่ตัวเองอยากได้ สมหวังกันเยอะ
 
เค้าเลยสรุปว่าการที่คุณวางแผนชีวิตแล้วเขียนมันออกมา
 
ก็เปรียบกับคุณกำลังทำสัญญาจ้างกับตัวเอง
 
โดยมีแต่ละเป้าหมายที่คุณวางไว้เป็น KPI วัดในแต่ละช่วง
 
เริ่มทำวันนี้เลยครับ ถ้ายังไม่เคย ใช้ excel ทำก็ได้
 
ไม่ยากและลำบากเลยที่วางแผนให้ตัวเอง
 
ถึงแม้ไปไม่ถึงดวงจันทร์ แต่ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว
Tags: job 0 Comments

"ควอลิตี้โปรไฟล์"แนะเคล็ดลับ 7 วิธี หางานอย่างไรให้ได้งานสำหรับบัณฑิตจบใหม่ที่ปีนี้คาดการณ์กันว่าจะมีคนตกงานถึงกว่าล้านคน ตั้งแต่การเตรียมตัว รู้ความต้องการของตลาด กระทั่งการเลือกองค์กรที่เหมาะสมกับตัวเอง

วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ลุกลามไปทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2552 มีการคาดการณ์ว่าอัตราของคนว่างงานจะสูงกว่า 1 ล้านคนและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มถึง 2 ล้านคน ทั้งจากผู้ที่ถูกปลดออกจากงานและบัณฑิตจบใหม่ที่ไม่มีตำแหน่งงานรองรับ เมื่องานดีๆ มีจำนวนจำกัด การสมัครงานอย่างไรให้ได้งานจึงเป็นเรื่องที่หลายคนคิดหนักว่าจะเตรียมตัวอย่างไรให้เป็นที่ต้องการของนายจ้างโดยเฉพาะกับบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องเจอศึกหนักในปีนี้

cmmu

แม้หลายคนจะได้รับคำปรึกษาที่ดีจากคนใกล้ตัวก็ไม่อาจแน่ใจว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง จึงมีการคิดค้นนวัตกรรมที่จะช่วยให้การสมัครงานมีความเสี่ยงน้อยลง การเกิดขึ้นของโปรแกรม "THE GRAD" ของบริษัทควอลิตี้โปรไฟล์ จะเป็นเหมือนตัวช่วยให้ผู้สมัครมีความมั่นใจในการสมัครงานและค้นพบศักยภาพของตนเองได้ง่ายขึ้น

"คนส่วนใหญ่ที่สมัครงานแล้วไม่ได้งานก็เพราะไม่รู้จักการเตรียมความพร้อม หรือคนรอบข้างที่เป็นที่ปรึกษาไม่ได้มีความรู้จริง เราพยายามเป็นเหมือนโค้ชให้เด็กว่าทำอย่างไรให้เขาโดนใจนายจ้าง สื่อให้ผู้จบการศึกษาใหม่เข้าใจ ที่ผ่านมาไม่ได้นำเสนอความรู้ความสามารถที่จะทำให้บริษัทมั่นใจที่จะรับเข้าทำงาน เพราะบริษัทย่อมแสวงหาคนที่จะไปช่วยสร้างความเจริญเติบโตมากกว่าจะรับคนที่มีแนวโน้มจะไม่สร้างผลงานเข้าทำงาน ผู้สมัครงานที่อยากจะได้งานก็ต้องมองว่าตนเองสามารถให้อะไรกับองค์กรได้บ้าง และเตรียมพร้อมให้ดี" ปิยะมิทน์ รังษีเทียนไชย กรรมการบริหารบริษัท ควอลิตี้โปรไฟล์ จำกัด กล่าว

นอกเหนือจากการมีโปรแกรมเป็นตัวช่วยแล้ว สิ่งที่บัณฑิตควรรู้เพื่อเตรียมพร้อมเบื้องต้นก็ไม่ควรละเลย จากประสบการณ์กว่า 15 ปีของ "ปิยะมิทน์" ที่ทำงานด้านการแนะแนวให้คำปรึกษาและสรรหาบุคลากรให้กับบริษัทชั้นนำ และมองเห็นปัญหาของผู้สมัครงานมามากมาย เขาได้แนะแนวทางก่อนเข้าการสมัครงานโดยสรุปได้ 7 ข้อต่อไปนี้

1.รู้จักตนเอง ว่ามีศักยภาพด้านไหน รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเองเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก การรู้จักตนเองก็ต้องเริ่มจากการที่เราลองไล่ดูว่าเราต้องการอะไร อยากเป็นอะไร คนส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้จักตนเองเพราะใกล้ตัวเกินไปจึงไม่ใส่ใจ ลองคิดดูว่าในระหว่างที่เรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษาเราเรียนรู้อะไรมากขึ้น จากตอนมัธยมบ้าง นั่นคือการมองย้อนไปดูประสบการณ์ที่เรามี และต้องย้อนกลับมาถามตนเองว่าถ้านายจ้างจะจ้างเรา เรามีอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีบ้าง อาจจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีโปรแกรมมากมายที่จะช่วยทดสอบ วิเคราะห์ความถนัดในแต่ละด้านหรือบุคลิกภาพของคน

2.รู้ความต้องการตลาด ว่าต้องการคนแบบไหน มีอะไรที่เราสามารถไปสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทเหล่านั้นได้บ้าง จากนั้นค่อยกลับมาดูว่าเราสนใจงานด้านไหน เมื่อหางานที่เราชอบได้ความกระตือรือร้นที่จะทำความรู้จักและพิชิตงานนั้นให้ได้ก็จะตามมา เหมือนเวลาเราไปชอบใครสักคนหนึ่ง ก็ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนั้นให้มากที่สุดเพื่อ