management

DTAC: MARKETING & MANAGEMENT INNOVATION

posted on 21 Oct 2006 20:52 by loft in MARKETING

DTAC: MARKETING & MANAGEMENT INNOVATION

แป๊บเดียวจะสอบกลางภาคแล้ว อาทิตย์หน้าก็สอบแล้ว วันจันทร์นี้เลยนัดเพื่อน คนนู้นชวนคนนี้คนนั้นคนโน้น ชวนกันมาเรื่อยๆ สรุปว่าเราจะมีการอ่านหนังสือและติวกันทั้งหมด 4 วิชา(เป็นวิชาที่ลงเทอมนี้เอง 2 แล้วก็คุณขอมาอีก 2 ที่เราลงเทอมที่แล้ว) เอ่อ เห็นโปรแกรมแล้วนึกว่า ติวเอ็นท์ ทั้งวัน 4 วิชา เง้อ

 

DTAC

เมื่อวานนี้วันศุกร์อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเชิญให้ไปฟังสัมมนาของสมาคมการจัดการแห่งประเทศไทย (TMA) ช่วงเช้าเป็น breakfast meeting คือไปกินฟรี เอ้ย ไปรับประทานอาหารเช้าแล้วฟังสัมมนา ซึ่งคนที่มาแชร์ประสบการณ์ ซึ่งน่าฟังมาก คุณ ซิกเว่ เบรกเก้ CEO ของ DTAC นั่นเอง


หัวข้อของการสัมมนาครั้งนี้คือ DTAC: MARKETING & MANAGEMENT INNOVATION


รวบรัดเข้ามาที่เนื้อหาอย่างย่อละกัน ตรงนี้จะรวมเรื่องการจัดการ การตลาด น่ะ
สรุปมาเป็นหัวข้อๆได้ประมาณนี้


การที่จะเปลี่ยนแปลงหรือจะดำเนินกลยุทธด้านการตลาดนั้นต้องเริ่มจากภายในองค์กรก่อน ภายในองค์กรสำคัญที่สุด เพราะว่าเอเจนซี่หรือหน่วยงานภายนอกไม่สามารถแสดงความเป็นตัวเราได้


ดังนั้นการที่เริ่มจากภายในเราจึงไม่สามารถโทษใครได้ ในกรณีที่อะไรผิดพลาด (ไม่เหมือนอย่างเวลาทำโฆษณาแล้วไม่สำเร็จเราสามารถโทษเอเจนซี่ได้ ) สิ่งที่จะขับเคลื่อนองค์กรได้ดีที่สุดคือพนักงาน คุณซิกเว่ พยายามผลักดันให้พนักงานมีส่วนร่วม โดยให้พนักงานได้มีโอกาสได้เจอลูกค้า ฟังลูกค้า ซึ่งส่วนนี้จะทำให้เค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่าง(บริษัทหรือแบรนด์นั่นแหละ)


ส่วนในเรื่องของนวัตกรรมนั้น DTAC ได้มาจากการทำให้องค์กรแบนลง พูดง่ายๆคือลดสายการบังคับบัญชาให้สั้นลง ไม่ใช่ยาวเป็นหางว่าว ดังนั้นเราจึงเห็น DTAC มีอะไรใหม่ๆเรื่อยๆ (เค้าบอกว่ามีโปรโมชั่นทุกๆ 2 อาทิตย์เลย)


แล้วก็อีกอย่างที่ทำให้ DTAC ประสบความสำเร็จในวันนี้ก็คือว่าเค้าพยายามรับความเสี่ยง มากกว่าเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งคุณซิกเว่ก็บอกว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จทางการตลาดส่วนใหญ่จะชอบเสี่ยง

Sigve Brekke

 

edit @ 2006/10/26 21:08:43

BUSINESS CASE : SONY

posted on 29 Mar 2006 07:35 by loft in MARKETING

 

เมื่อวานมีเหตุนิดหน่อย ไฟดับเลยไม่ได้อัพไดเลย ข้ามมาที่วันนี้เลยแล้วกัน
พอเข้ามาที่วันนี้ก็ข้ามเลยแล้วกันเนื่องจากเหนื่อยมากงานวันนี้
งั้นอัพอันนี้แล้วกัน สำหรับคนที่บอกว่าอยากเรียนด้วย เอาบทความนี้ไปอ่านแล้วลองแสดงความคิดเห็นในคอมเม้นท์ด้วยละกัน

----------------------------------------------------------------------------------------------

BUSINESS CASE : SONY

----------------------------------------------------------------------------------------------


Sony—Taking its Eye off the market?


Sony are well known for high qulity consumer electronics—hi-fis,theWalkman,Discman,PDAs,televisions,DVDs,laptops and of course the PlayStation. Sony have been at the leading edge of these technologies for many years, winning plaudits and awards for its innovative technology. Imagine the horror of the financial world when the company avvounced announced a loss of nearly 600 million pounds in the first three month of 2003! It has now re-assessed its markets and strategy and is looking to restructure, cutting up to 13% (20,000) of its workforce worldwide.


There have been a number of problems Sony have faced – in some cases highlighting how easy ot ot to misread signals.


Firstly, PlayStation 2 (PS2) , PS2 is far and away the biggest selling games console with unit sales in excess of 51 million, it is way ahead of its rivals Game Cube and X-Box, whos each have sold around 9 million units. But the market is reaching saturation point and sales are showing down. It has introduced the new ‘Eye-Toy’ – a web cam that sits on top pf the television and enables gamesters to become physically involved in the games they play through the use of motion sensing technology. The EyeToy shipped over one million units in the First three months of its launch in Europe and has now been launched in the United States and Japan.


Secondly, flat screen televisions. In 2002, 1.4 million flat screen televisions were sold. Sony did not see the need to get into the market and continued to focus on traditional cathod ray tube (CRT) televisions. Sony’s rivals, especially Samsung and Matsushita, both had a different approach and invested on this new technology. The market for flat screen TVs is estimated to grow to over 19 million in the next three years. Sony got left behind and attributed much of its problems to this ‘oversight’! In addition, Matsushita had dtolen the market for DVD technology making large profits when Sony have been looking forward to only moderate yearly profits!

remarks : the article is published in 2003, some of the conditions may change

คราวนี้มาลองตอบคำถามและแสดงความคิดเห